อ่านเล่นหนุกๆ

Blog Entryดูดวงสาว สาว สาวAug 9, '08 4:48 AM
for everyone


 

สาววันอาทิตย์ ก็ฉันนี่ไง เป็นคนใจร้อน บ้าเลือด
สาวซ่าส์ขาลุย ติดดิน แต่ในใจเป็นคนทะเยอทะยาน และขี้โมโหอีกด้วย แถมยัง แอบดื้อเงียบ ไม่ชอบให้ใครมามาขวาง ถึงใครกล้า ขวางเธอเธอก็กล้าท้าชน เธอเป็นสาวแรง และรักอิสระ ใครบังคับไม่ได้ เธอไม่เชื่อ แต่ไม่เชื่อน่ะไม่พอนะ มากสวนคนแบบ คนบังคบเจ็บกลับไปก็มี เธอแรงแบบนี้แต่ ก็มีดีนะ เธอไม่ดูถูกคนอื่น จริงใจ และรักษาสัญญา เธอพูดจาตรงไปตรงมา มีเหตุมีผล ซื่อสัตย์ คนแรง ๆ แบบเธอมีสองด้าน คือ ทั้งดีและร้าย เธอใจดี โอบอ้อมอารี และ ฉลาด แต่เพราะเธอจริงใจ เธอก็เลย คิดไปว่าคงไม่มีใครหลอกเธอ เลยต้องโดนหลอกให้เสียเงิน อยู่เสมอ ก็เป็นคนเชื่อคนง่ายนี่นา เธอเป็นคนกล้าจ่าย คิดว่าเงินทองเป็นของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ เธอยินดีจ่ายเงินเพื่อความสุขส่วนตัว เรื่องความรักเธอน่ะ จอมเจ้าชู้ ถ้าไม่รักใครจริง ก็เลือกคนนั้นที คนนี้ทีไปเรื่อย แต่รักใครขึ้นมาแล้วสาววันอาทิตย์ไม่ค่อยจะพลาด สู้จนชนะใจเขาจนได้ล่ะนะ และสาววันนี้ มีเรืองน่านับถือเรื่องหนึ่ง ก็คือ เธอกล้าหาญ เรืองความรัก และรักแล้วก็ ไม่กลัวคำว่าเสียใจ ยิ่งร้องไห้ ให้ใครเห็นยิ่งไม่มี สำหรับสาว วันอาทิตย์ สิ่งที่ต้องระวังมาก ๆ คือเรื่องการใช้เงิน จะใช้จ่ายอะไร ต้องคิดดี ๆ ไม่งั้นจะขัดสนได้ใน อนาคต ต้องไปยืมตนอื่น เธอควรวางแผนการเงินให้ดีๆ จะได้สบายทีหลังนะ

 

 


สาววันจันทร์ ก็ฉันนี่ไง อ่อนหวาน น่ารัก ดูดี ดูเก๋ So Cute
บุคลิกหน้าตาท่าเดินเธอจะน่านัก ตลอด เพราะ เธอระวังตัวรักษาอาการ ให้ดูดีในสายตาคนอื่น เสมอไงล่ะจ๊ะ เวลาพูดก็ยังน่าฟัง ช่างเอาใจซะด้วย ใครได้เป็นแฟนล่ะก็ สบายไปทั้งชาติ เลยล่ะ หากมีเรื่องกระทบใจล่ะก็ เธอก็จะร้องไห้จนดูเหมือนเป็นเด็กขี้แงไปเลย ถ้าเห็นสาววันจันทร์ร้องไห้เวลาดูซีรี่ส์เกาหลีเศร้าๆ ไม่ต้องงงเพราะเธอกำลังอินสุด ๆ เธอจึง มักจะ จินตนาการ ความรักของเธอไปต่าง ๆ นานา และ มักจะคาดหวังให้คนรักตามใจเธอ ก็เพราะ อยากให้คนอื่นตามใจนี่แหละเธอจึงต้องผิดหวังอยู่บ่อย ๆ ก็ใครเขาจะตามใจเธอได้ทุกเรื่องล่ะจ๊ะ สาววันนี้ มีเพื่อนเยอะ เป็นขาเม้าท์ประจำแก๊ง แล้วเพื่อน ๆ ก็รักเธอซะด้วย เพราะ เธอชอบช่วยเหลือใครต่อใครอยู่เสมอ เห็นใครลำบาก เธอเป็นต้องวิ่งเข้าไปช่วยเขาทุกราย ความรักของสาว
Sweet Moon วันจันทร์ ก็เพราะเธอเป็นสาวหวาน เธอจึงมองความรักเป็นเรื่องสุดจะโรแมนติก แล้วก็เป็นคนมั่นคงในความรักมาก ๆ แต่ในความเป็นจริง มันก็ไม่เป็นอย่างที่ฝัน ไปซะทุกที พอเธอไม่ได้อะไร อย่างใจจากคนที่เธอรักก็จะ เกิดอาการ ขี้งอน ขี้บ่น ขี้หึง แล้วก็ยัง ขี้วีน อีกด้วย พอหึงขึ้นมานางฟ้าก็กลายเป็นยัยป้าขี้บ่น ได้เหมือนกัน แล้วก็เป็นเรื่องแปลก มากเลยที่เธอมักจะเลือกวีนใส่คนรัก แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่กับคนอื่น แล้วไม่ว่าจะ ยังงัยเธอก็ไม่โกรธใครง่าย ๆ 

 


สาววันอังคาร ก็ฉันนี่ไง สาวมั่น เป็นคนแรง นักกิจกรรม...ตัวยง

เพราะเก่งไปซะทุกเรื่อง ไม่ชอบให้ใคร มาท้าทาย เธอจึงมักคิดหากิจกรรมอะไร ประหลาด ๆ ทำเสมอ แล้วเวลาเธอตั้งใจ จะทำอะไร เธอจะจริงจังสุด ๆ เวลาผิดหวัง ก็เลยผิดหวังอย่างแรง เธอจึงควรลด ความดันทุรัง ลงบ้าง จะได้ไม่ต้องเสียใ จ ทีหลังนะจ๊ะ ถ้าคิดจะทำอะไรก็ต้องคิด ให้ดีให้ดรอบคอบก่อน สิ่งที่อุตส่าห์ ตั้งใจทำจะได้ไม่เกิดความผิดพลาด ให้ต้องมานั่งเจ็บเปล่า ๆ ใครว่าสาววันอังคารต้องหวาน เหมือนสีชมพู จริง ๆ แล้วเธอเป็นคนตรงไป ตรงมา พูดจาขวานผ่าซาก ไม่ชอบพูด คะ ๆ ขา ๆ เพื่อน ๆ หลายคนก็จะกลัวเธอ บางคนก็ไม่ชอบคุยกับเธอ เพราะคิดว่าเธอปากร้าย เพื่อนที่สนิทกับเธอจึงเป็นคนที่ไม่ค่อย จะถือสาอะไร เธออดทนกับปัญหาได้ดี ไม่ค่อยจะโกรธใคร แต่ถ้าถึงที่สุดแล้ว เธอเกิดทนไม่ไหว เกลียดใครก็จะเกลียด เข้ากระดูกดำ เรียกว่าโกรธร้อยปีอย่ามาดี ร้อยชาติกันเลย ต้องรู้จักอภัยให้คนอื่นบ้างนะ เธอก็จะสบายใจไม่เป็นทุกข์ด้วย เรื่องการเรียนการทำงาน เธอชอบฉายเดี่ยว ทำอะไร คนเดียวเสมอ เพราะเธอคิดว่า เธอควรพึ่งตัวเองเท่านั้นและ เธอก็ไม่ชอบไปวุ่นวายกับคนอื่นด้วย ต้องคิดดี ๆ และระวัง ว่าจะเป็นการทำให้เธอตัดขาดกับสังคมเพื่อนฝูงหรือเปล่า การอยู่ในสังคม ต้องเอื้อเฟื้อช่วยเหลือคนอื่น และ แน่นอนเธอก็จะต้องพึ่งพาคนอื่นเหมือนกันนะ เรื่องความรัก ของสาววันอังคาร มีความเป็นผู้หญิงสูงมาก มั่นใจในเสน่ห์สุด ๆ จนกล้าคบใครต่อใครทีละหลายๆ คน ระวังรถไฟชนกันน ะ แต่พอเธอ เจอคนที่ใช่จริง ๆ ขึ้นมา เธอจะทุ่มเท เอาใจเขาสุดฤทธิ์ ลืมท่าทีที่เคยทำ หยิ่ง ๆ ใส่คนอื่นเลย ผู้หญิงมั่นใจ สุด ๆ อย่างเธอ กลับชอบผู้ชาย ที่มั่นใจยิ่งกว่า เจอคนประเภทเดียวกัน
ก็มันส์ละทีนี้ 

 



สาววันพุธ ก็ฉันนี่ไง คล่องแคล่วว่องไว ฉลาดแกมโกง นักคิด และ ขาลุย

ใคร ๆ ก็ชอบที่เธอไม่เรื่องมาก ไม่โกรธ ใครง่าย ๆ แถมไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น เพื่อน ๆ อยู่ใกล้เลยรู้สึกสบายใจ ใครอยู่ ใกล้เธอก็จะ
enjoy สนุกไปกับเธอด้วยเพราะ เธอหาเรื่องเล่นได้ ตลอด เพื่อนฝูงก็เยอะแยะ แถมยัง ชอบนักเรื่องวางโปรแกรมเที่ยวที่นั้นที่นี่ เธอชอบทำอะไรทะเล่อทะล่า ชอบทำอะไรง่าย ๆ ก็เลยคิดเร็ว ทำเร็ว งานการก็เลยผิดบ้างถูกบ้าง เธอจะทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ชอบจับปลาหลายมือ ทั้งเรื่องการเรียน การงาน และความรัก จะมาทำตัวลังเล ไม่รู้จะอะไรก่อนหลังดี เดี๋ยวจะล้มไม่เป็นท่าไปหมดทุกเรื่อง ความรักของสาววันพุธ ก็สดใสเหมือนกับที่เธอเป็นอยู่นี่ละ เธอเป็นคนง่าย ๆ ก็จริงอยู่ แต่ไหงเรื่องมากเรื่องความรักซะได้ ก็เธอเล่นชอบคนรวย คนหล่อ คนเก่ง เธอมีโอกาสสูงที่จะ ประสบความสำเร็จในเรื่องความรักก็จร ิง เพราะเธอนิสัยดี น่ารักมีคนอยากทำความรู้จักเธอตั้งเยอะตั้งแยะ แต่เธอก็ต้องไม่รักเผื่อเลือกนะ เธอต้องนึกถึงใจคนอื่นด้วย ว่าไม่มีใครหรอกที่รู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นตัวเลือกของ คนอื่น ความรักเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจดีๆ ไม่ใช่ว่า เธอจะรักเขาตรงที่เขา Perfect อย่างเดียว แล้วความสุขมันจะวิ่งมาหาเธอนะจ๊ะ มีเรื่องหนึ่งที่จำเป็น ต้องเตือนเธอก็คือ นิสัย ฉลาดแกมโกง ของเธอนี่ล่ะ รู้จักปรับตัวได้ดี ใช้ความฉลาด ในการเอาตัวรอดในหลาย ๆ เรื่อง แต่การใช้ความฉลาดแกมโกง ในเรื่องของความรักอาจทำให้เธอ มีปัญหาได้นะ เขาคนนั้นอาจรู้สึก ขึ้นมาได้ว่าเหมือนถูกหลอก เพราะฉะนั้นกับเรื่องความรัก ซื่อสัตย์ และตรงไปตรงมา นี่ละดีที่สุดจ้า

 

 


สาววันพฤหัสบดี ก็ฉันนี่ไง ชอบเรื่องธรรมะ ใจดี ใจบุญ ใจกว้าง
ชอบช่วยเหลือคนอื่น ชอบบริจาคทาน อารมณ์เย็น ความอดทนสูง ไม่ค่อยถือสา หาความใคร เอื้อเฟื้อคนอื่นเสมอ ซื่อสัตย์ มารยาทดี ทำไมเธอเป็นคนดีแบบนี้นะ แต่เรื่องเดียวที่เธอที่เธอต้องปรับปรุงก็คือ ความงกเกินกว่าเหตุ การประหยัด เป็นเรื่องดีนะจ๊ะ แต่เอาเงินมาเก็บไว้ ไม่ยอมใช้เลยก็ลำบากนะ อะไรที่ ซื้อแล้วใช้ได้ดี และจำเป็น ก็ไปซื้อเถอะ เธอเป็นที่รักใคร่ของทั้งเพื่อน และครอบครัวเธอมีเพื่อนสนิทหลายคนและ ก็เป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้ เรียกว่าตายแทนกันได้เลยล่ะ เธอมักให้ความสำคัญกับงาน และเพื่อนมากกว่า เรื่องความรักและเรื่องครอบครัว เธอภูมิใจกับการ ได้รับผิดชอบการเรียนและเรื่องงาน ชอบอยู่ในกลุ่มเพื่อน ๆ ไม่ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว เรี ยกว่ากลัวเหงาไงละ อีกเรื่อง ที่สำคัญคือ เธอชอบทำตัวเฉื่อยชา ทำอะไรชักช้า คิดอะไรไม่ค่อยทันคนอื่น ๆ ต้องพยายาม
speed ตัวเองหน่อยนะ จะได้ทันคนอื่น ๆ ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงโดนหลอกอยู่เรื่อย หรือเพราะว่าไว้ใจคนอื่นมากเกินไป วิธีที่จะไม่ถูกหลอกบ่อย ก็คือ เธอควรอยู่ใกล้เพื่อน เพราะเพื่อนนี่ล่ะจะคอยช่วยเหลือ และเตือนสติไม่ให้เธอถูกหลอก ช่างน่าสงสารจริง ๆ เธอมักจะถูกคนอื่นข่มเหงรังแก และก็ไม่มีทางสู้ด้วย จะด่าใครก็ไม่เป็น ได้แต่เก็บเรื่องที่ถูกรังแก มานั่งเศร้า เธอไม่ค่อยมั่นใจ ในตัวเอง ไม่กล้าตัดสินใจ เป็นผู้หญิงแบบไทยแท้ ๆ คือชอบที่จะให้แฟนเป็นผู้นำ และ เธอก็เป็นผู้ตามที่ยอดเยี่ยมเลยละ ความรักที่เธอต้องการเป็น ความรักแบบเนี้ยบ ๆ เรียบง่าย และชอบผู้ชาย ที่เก่งและดีกว่าเธอ ต้องดูดี ๆ ว่าเขาคนนั้นเป็นคนที่เธอ สแกนดูแล้วว่าดีจริง ๆ เพราะไม่งั้นเธออาจจะ ถูกหลอกได้นะ

 


สาววันศุกร์ ก็ฉันนี่ไง สาวสวยดูดี รักการแต่งตัว


เธอมีเสน่ห์กับทั้งเพศตรงข้าม และเพศเดียวกัน ชอบเสื้อผ้า และเครื่องประดับของสวย ๆ งาม ๆ ชอบภาพเขียนงานศิลปะ เป็นคนชอบเรียนรู้ และมีความ สามารถรอบตัวไปหมด ทำงานไม่มีพลาด เพราะเธอรอบคอบละเอียด แต่ไม่ค่อยไว้ใจใคร เวลาใครทำ อะไรผิดพลาดเธอจะจำได้หมด ไม่ยอมลืมซะด้วย หนุ่มคนไ หนมาจีบแล้วทำอะไร ให้ไม่พอใจ เธอจะใส่คะแนนติดลบหมายหัวใจ เธอมีเสน่ห์อีกเรื่องคือ ปากหวาน พูดจาไพเราะ ชอบชมคนอื่น ใครฟังเธอพูดเป็นต้องหลงทุกราย สาววันศุกร์สวยได้เพราะใจบุญชอบไปวัด ไม่ถือตัวไม่หยิ่ง ไม่ชอบดูถูกคน หนุ่มตนไหนชอบเธอก็อย่าดูถูกคนอื่นให้เห็นล่ะ เธอเห็นแล้วรับไม่ได้ บทเธอไม่ยอม จะเอาอะไรก็ต้องเอาให้ได้ ไม่ลดละอะไรทั้งสิ้น เธอไปไหนไม่มีลำบาก มีแต่คนอยากช่วยเหลือ รักใคร่ ความจริงแล้วก็มีคนหมั่นไส้เธออยู่เหมือนกันนะ แต่พวกนั้น ทำอะไรเธอได้ซะที่ไหน มีคนคอยปกป้องเธออยู่เยอะแยะไปหมด ทั้งเพื่อน ทั้งแฟนทั้งพ่อแม่พี่น้อง จะมีที่น่าเป็นห่วงอยู่เรื่องเดียวก็คือ พอใครพูดดี ๆ ด้วยหน่อยก็เชื่อเขาหมด เขาชวนไปเสียคนเธอก็ไม่รู้ เชื่อเขาอีก เพราะฉะนั้นพยายามเลือกคบแต่เพื่อนดี ๆ จะทำอะไร ต้องติดให้รอบคอบก่อนเสมอนะจ๊ะ เรื่องความรักของสาววันนี้ เธอต้องปวดหัววุ่นวายกับการสับรางรถไฟอยู่ตลอด อย่ามัวสนใจเรื่องพวกนี้อยู่เลยมันไม่สำคัญกับชีวิต เธอนักหรอก เธอมีเสน่ห์จะคบใครตอนไหน เดี๋ยวก็มีมาให้เลือกตลอดล่ะ สาววันนี้เรียกว่า สวยเลือกได้ แต่การเรียนและเรื่องเพื่อน ๆ สำคัญกว่านะ เธอควรรักษาระดับ การเรียนและรักษาความสัมพันธ์ ที่ดีกับเพื่อนและครอบครัวไว้ดีกว่า เรื่องความรักของเธอน่ะ มันจะวุ่น เพราะเธอไม่ยอมเลือกใครซะที อย่าเป็นคนจับปลาสองมือ รักพี่เสียดายน้อง คนนั้นก็ชอบคนนี้ก็จะคบ เลือกนักมักได้แร่นะจ๊ะ คนสวย



สาววันเสาร์ ก็ฉันนี่ไง ถ้าไม่สนิทกับใครอาจดูเหมือนเรียบร้อย ไม่ค่อยพูดค่อยจา

แต่อย่าให้เผลอนะ เธอปากจัด เอาการเลย ถึงได้มีทั้งคนที่รัก และเกลียด มีเพื่อนแอบหมั่นไส้ ก็เธอดันเป็นคนอวดดื้อถือดี ใคร ๆ เลยรำคาญ เธอรักศักดิ์ศรีมาก ๆ เพราะเธอมั่นใจในความฉลาดหัวดี ของตัวเอง แถมยังเอาตัวรอดเก่ง อีกต่างหากนะ เธอเป็นคนใจเด็ด ใจถึง และกล้าตัดสินใจ กล้าได้กล้าเสีย คนรอบข้างต้องเกรงใจเธอ เพราะเธอดูมีอำนาจ แต่ที่จริงเธอเป็นคนใจดีไม่ซีเรียส และไม่ค่อยโกรธใครง่าย ๆ แค่เธอลดอาการเอาแต่ใจตัวเองได้นิดเดียว เธอจะเป็นสาวน้อย ที่น่ารักมากคนหนึ่งเลย เรื่องความรักของสาววันเสาร์ เธอเป็นคน จริงจังมั่นคง รักแล้วรักเลย แม้ว่าความรักที่จบไปแล้วเธอก็ยังไม่เลิกรัก ไม่เลิกเจ็บไม่เลิกเสียใจ ก็มันเป็นเรื่องยากที่เธอจะเปลี่ยนใจ ก็กว่าเธอจะคิดรักใครได้ซักคนเธอแทบจะพลิก แผ่นดินหา เลือกแล้วเลือกอีก พอจะเสียไปเธอก็เลยเกิดอาการ ทำใจลำบาก ร้องไห้อยู่เป็นเดือนน่ะสิ ไม่เป็นไรนะ เธอต้องพยายามทำใจ จำไว้เลยว่าสาววันเสาร์อย่างเธอ เอาความมั่นใจกลับคืนมาให้ได้ในยามอกหักนะจ๊ะ อีกเรื่องคือถ้าเธอ จะชอบผู้ชายซักคนล่ะก็ เธอจะเลือกหนุ่มที่ตามใจเธอ ท ุกเรื่อง ไม่แค่นั่นนะ เขายังต้อง รับภาระหนักทุกเรื่อง ทั้งตามใจ ซื้อข้าวของเพื่อแสดงความรัก ง้อเวลาเธอหัวเสีย ช่วยเหลือ ยามเธอลำบาก และตามแก้ไข ทุกปัญหาที่เธอมี เธอจึงจะอนุญาต เปิดไฟเขียวให้เขาคบกับเธอ และ ที่ต้องการที่สุดก็คือ เขาคนนั้นจะต้องรัก ครอบครัวของเธอ ขอให้หาคนคนนั้น เจอเร็ว ๆ นะจ้ะ


ระดมพลทั้งเกาะ...ช่วยชีวิต...
เคยแต่อ่านหนังสือเรื่อง ปลาเกยตื้นครั้งละหลายๆตัว แต่ไม่คาดคิดว่าจะเจอกับตัวเองจังๆแบบนี้
วันนี้ ที่เกาะราชาใหญ่ ภูเก็ต ขณะที่ผมอยู่อีกฝั่งกับที่เกิดเหตุ..
พี่ชายโทรมาว่า..ให้รีบไปที่ อ่าวปะตก มีวาฬเพชฌฆาต มาเกยตื้น...
พี่ชายผมอยู่ภูเก็ต รู้ก่อนผมอีก...
แล้วรีบวิ่งหน้าตั้งคว้ากล้องไปอ่าวปะตก
แค่ห้านาที...ภาพที่เห็น...อึ้งครับ..ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน..
คนประมาณสองร้อยกว่าคน...
ทั้งไทย ฝรั่ง พม่า แขก มอญ...ต่างวิ่งวุ่นหน้าตั้ง ยื้อยุดฉุดหางปลาวาฬสีดำขนาดใหญ่...
พยายามลากลงทะเล...
กะด้วยสายตาที่เห็น...ประมาณ เกือบยี่สิบตัว..นอนดิ้นหางปัดไปมา
และอีกนับไ ม่ถูกที่เห็นกระโดงบ่ายหน้าขึ้นบก
บางตัวกลิ้งมาในแนวขวาง..เพราะต้านแรงคลื่นไม่ไหว

และเสียงร้อง เหมือนเด็กทารกมาก...แปลกผมเพิ่งได้ยินวาฬร้องครั้งแรก..
ผมถ่ายรูปไปด้วย..สลับวิ่งลงไปลาก..มันอึ้งๆยังไงไม่รู้...
รู้แต่ว่า..มันโกลาหลวุ่นวาย..
เกาะราชาใหญ่ตอนนั้น..เกาะด้านอื่นคงร้างหมด...มารวมกันอยู่หน้าอ่าวปะตก..

6 ชั่วโมงเต็มๆที่พยายามกันทุกวิถีทาง ทั้งแรงคน แรงเครื่องจักร...
ถึงมันจะตายไปสองสามตัว...แต่ส่วนใหญ่ก็รอด..

ขอปรบมือให้กับทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์...บนเกาะราชาใหญ่
ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร...นับถือน้ำใจครับ..



ในรูป..น้องผู้ชายยืนมากอย่างอ่อนใจ..
หลังพยายามดึงหางเจ้าตาอยู่ด้านหน้าสุด..
ซึ่งติดกับซอกหินจนเริ่มเห็นบาดแผล...






ที่ดึงไม่ไหว..ก็พยายามตักน้ำมาราด
ยืดเวลาให้อีกหลายอึดใจ..
รอคนที่กำลังลากตัวอื่นเสร็จ..มาสมทบ..
แปดคน..หลังแอ่น บอกได้ถึงขนาด และน้ำหนัก





ต้องอุ้มกันแบบนี้..ไม่งั้นลื่น..และน่าจะเป็นวิธีที่ถูกต้องด้วย..




ถึงน้ำพอที่ประคองไปได้..สองคนช่วยประคองยังทุลักทุเล





มันเหมือนตลาดนัดขายปลา..เพียงแต่..
ลูกค้าชื้อด้วยความรู้สึกอยากช่วยชีวิต..ซื้อด้วยแรงกาย และสติปัญญาเท่าที่คิดได้ในตอนนั้น






สองหนุ่มปรึกษากันว่า..จะเอาเจ้าตัวที่โผล่แต่หางออกจากซอกหินยังไง







เด็กหนุ่มชาวพม่า..จ้องมองูว่าจะเอายังไงกับมันดี..
ในขณะที่อีกสองทีม อุ้มกึ่งลากลงทะเลไป







ที่เห็นแดงๆจางๆเป็นเลือดปนน้ำ...ของหนึ่งผู้เคราะร้ายที่ไม่อาจช่วยได้ทัน

ตายไปหนึ่งตัว..จากประมาณเกือบห้าสิบตัว





ระลอกไหม่กำลังเข้ามา...
อาจเป็นตัวที่ช่วยไปแล้ว..ว่ายไม่ไหว..เพราะคลื้นแรงมาก
อ่าวปะตก เกาะราชาใหญ่ มีลักษณะเป็นปากให...
คลื่นบีบได้สูง.งและรุนแรงมาก





ยิ่งมืด..น้ำยิ่งลด..
คนช่วยดูเหมือนจะไม่พอ.





นักท่องเที่ยวสามคนนี้..ต้องจดจำวันพักผ่อนไปนานแสนนาน







เครื่องทุ่นแรงสำหรับตัวที่เหนื่อยอ่อน..ว่ายน้ำไม่ไหว..
จำเป็นต้องย้ายข้ามอ่าว..ไปยังหลังเกาะ..ซึ่งไม่มีคลื่น..
และทำสถานที่พยาบาล..ชั่วคราว..





ต่างกุลีกุจอ..กันยกใส่รถ.





ที่เหลือ..
ลงไปยื้อยุดตัวที่ยังว่ายน้ำได้ให้ออกห่างฝั่งให้มากที่สุด




มัวแต่ลงไปลากปลา..พอเห็นตัวช่วยมาอีกก็ต้องมาคว้ากล้องอีกที






กล้องหมดแบ็ต....
ให้ผมกระโดดลงไปโอบกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับวาฬเพชฆาต(เที่ยม)
ไม่ใช่จะมีโอกาสแบบนี้ได้ง่ายๆ..มันเป็นความสุขแบบเต็มอิ่ม..
ผมโชคดีที่ได้เห็นสิ่งแปลกที่สุดในชีวิตอย่างไม่คิดว่าจะได้เห็น
ถึงสองสิ่งในเหตุการณ์เดียวกัน...
คือ..ปลาใหญ่เกยตื้นมากมายขนาดนี้

และที่สอง..ทีสำคัญ...

คนที่มาจากทิศทางที่ต่างกัน..ไกลบ้างไกล้บ้าง..ต่างร่วมมือพร้อมใจกัน
เพื่อช่วยชีวิต....

คนเหล่านี้ในรูป และอีกหลายๆที่กล้องครอบไม่ถึง..
ปรบมือให้เขาเถอะครับ...เขาแน่จริง

เวลาเจ้านายไม่อยู่   

เวลาเจ้านายโทรมา   
ตอนประชุม 

ตอนอบรม

ตอนพัก

ก่อนเที่ยงของวันหยุด   
ตอนจะเลิกงาน
พรุ่งนี้จะวันหยุดแล้ว  

พบกับงานที่ยาก  
พบว่าไม่มีทางทำงานตามที่เจ้านายสั่งได้  
ทำ OT 2 ชั่วโมง 
ทำ OT ทั้งคืน 
  
เมื่อโดนแจ้งว่าให้ทำ OT ทั้งสัปดาห์   
เมื่อเจอลูกค้าบอกว่า 'เสียใจนะ ฉันไม่รู้เรื่อง
เมื่อได้ทำงานผิดพลาดไป 
เมื่อทำงานเสร็จ เพียงเล็กน้อย 
เมื่อความผิดหวังท้อแท้เกิดขึ้น  
เมื่อทำงานแล้วไม่ได้รับเงิน 

เมื่อพบว่าปลายปีไม่มีโบนัส 


บทเรียนชีวิต … ที่คุณอาจคิดไม่ถึง



บทเรียนชีวิต ที่คุณอาจคิดไม่ถึง


ข้อมูลจาก Forward mail
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต


 บทเรียนสำคัญบทแรก - คนทำความสะอาด


          เมื่อครั้งที่ฉันเข้าเรียนในวิทยาลัยได้สองเดือน อาจารย์ให้พวกเราทำแบบทดสอบอันหนึ่ง ฉันเป็นนักเรียนที่ตั้งใจเรียน จึงตอบคำถามได้อย่างสบาย จนมาถึงคำถามสุดท้าย.. "สุภาพสตรีที่เป็นคนทำความสะอาดโรงเรียนชื่อว่า อะไร ?"  ต้องเป็นเรื่องตลกอะไรสักอย่างแน่ ฉันเคยเจอคนทำความสะอาดหลายครั้ง เธอเป็นคนตัวสูง ผมดำ และอายุกว่า 50 แต่ฉันจะรู้ชื่อเธอได้อย่างไร? ฉันส่งกระดาษคำตอบ โดยไม่ได้ตอบข้อสุดท้าย


          ก่อนหมดคาบเรียน นักศึกษาคนหนึ่งถามว่า คำถามข้อสุดท้ายจะถูกคิดรวมในคะแนนของผลการเรียนด้วยหรือไม่ "แน่นอน" อาจารย์ตอบ "เพราะเมื่อเธอเข้าทำงาน เธอจะต้องพบกับคนมากมาย  ซึ่งทุกคนมีความสำคัญพอที่สมควรจะได้รับความสนใจและเอาใจใส่ แม้ว่าพวกเธอจะทำได้แค่เพียงยิ้มให้และกล่าวสวัสดีก็ตาม"    


 บทเรียนสำคัญที่สอง – รับคนกลางฝน


          คืนหนึ่ง เวลา 23:30 น. สตรีสูงอายุเชื้อสายแอฟริกันคนหนึ่ง ยืนอยู่ริมทางหลวงสายบามา ต้านฝนที่ตกหนักอยู่ รถของเธอเสีย และเธอต้องการเดินทางต่อไปอย่างมากแม้จะเปียกโชก เธอตัดสินใจโบกรถคันที่วิ่งผ่านมา ชายหนุ่มผิวขาวผู้หนึ่งหยุดรถเพื่อช่วยเหลือเธอ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ในยุคที่มีความขัดแย้ง เรื่องการเหยียดผิวอย่างทศวรรษ ที่60 ชายหนุ่มช่วยเหลือให้เธอได้รับความปลอดภัยและส่งเธอขึ้นรถแท็กซี่ แม้ว่าเธอจะเร่งรีบมาก แต่ก็ขอบคุณเขา และจดที่อยู่ของเขาไปด้วย


          เจ็ดวันหลังจากนั้น ก็มีชายคนหนึ่งมาเคาะประตูบ้านของเขาด้วยความประหลาดใจ โทรทัศน์สีจอยักษ์เครื่องหนึ่งถูกนำมาส่งยังบ้านของเขาและมีข้อความแนบ มาด้วย  ใจความว่า …


          "ขอบพระคุณมากสำหรับความช่วยเหลือบนทางหลวงในคืนนั้น ฝนไม่ได้ชะแต่เพียงเสื้อผ้าของฉันเท่านั้น แต่ชะเอากำลังใจของฉันไปด้วย แต่เมื่อคุณผ่านมา เป็นเพราะคุณ ฉันจึงสามารถไปทันดูใจสามีที่กำลังจะเสียชีวิต ทันเวลาก่อนที่เขาจะสิ้นลมพอดี  ขอพระเจ้าอวยพรคุณ สำหรับการช่วยฉัน และการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไม่เห็นแก่ตัวของคุณ" ด้วยความจริงใจ นางแนท คิง โคล


 บทเรียนสำคัญที่สาม – ระลึกถึงคนที่ให้บริการเสมอ


          ในสมัยที่ไอศครีมซันเดยังมีราคาถูกอยู่มาก เด็กชายอายุสิบขวบคนหนึ่งเข้าไปในคอฟฟี่ช็อปของโรงแรมแห่งหนึ่งแล้วนั่งที่โต๊ะ เมื่อพนักงานเสิร์ฟวางแก้วนั้นลงตรงหน้า เด็กชายก็ถามว่า 


          "ไอศครีมซันเดย์ ราคาเท่าไหร่ครับ ?" "ห้าสิบเซ็นต์" พนักงานเสิร์ฟสาวตอบ  แล้วเด็กชายก็ดึงมือออกจากกระเป๋าแล้วก็นับเหรียญในมือ "งั้นไอศกรีมเปล่าๆ ล่ะครับ ราคาเท่าไหร่?" เด็กชายถามอีก ตอนนี้เริ่มมีคนรอโต๊ะมากขึ้นและพนักงานเสริฟสาวก็เริ่มจะหมดความอดทน "สามสิบห้าเซ็นต์" เธอตอบห้วนๆ เด็กชายนับเหรียญในมืออีกครั้ง "ผมขอไอศครีมเปล่าครับ" เด็กชายบอก




          แล้วพนักงานเสริฟสาวก็เอาไอศครีมมาให้ เอาใบเสร็จมาให้แล้วก็เดินหนีไป เด็กชายทานไอศครีมหมดแล้ว ก็จ่ายเงินแล้วก็จากไป เมื่อพนักงานเสิร์ฟเดินกลับมา เธอก็เริ่มร้องไห้เมื่อเธอเช็ดโต๊ะ บนโต๊ะนั้นมีเหรียญนิกเกิลราคาห้าเซ็นต์สองเหรียญ และเหรียญเพนนีอีกห้าเหรียญวางอยู่อย่างบรรจงข้างถ้วยไอศครีมเปล่านั้น เห็นไหมว่า ที่เด็กชายไม่ทานไอศครีมซันเด เพราะเขาต้องเหลือเงินไว้ทิปพนักงานเสิร์ฟสาวคนนั้น  


 บทเรียนสำคัญที่สี่ – สิ่งที่กีดขวางทางของเรา

  
        ในยุคโบราณมีหินผาตกลงมาขวางถนนเส้นหนึ่ง เมื่อพระราชามาพบเข้าจึงซ่อนพระองค์อยู่ เพื่อคอยดูว่าจะมีใครมาเอาหินใหญ่ก้อนนั้นออกไปจากทาง เมื่อเสนาบดีในราชสำนักของพระองค์และพ่อค้าผู้ร่ำรวยผ่านมา  ก็เพียงแต่อ้อมหินผาก้อนใหญ่นั้นไป พวกเขากล่าวตำหนิพระราชาต่างๆ นานาที่พระองค์ ไม่ใส่พระทัยที่จะดูแลทางนั้นให้ดี แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรที่จะเอาหินนั้นออกไปให้พ้นทาง


          จนกระทั่งชาวบ้านคนหนึ่งแบกผักกองใหญ่ผ่านมา เมื่อเขาเดินมาถึงหินผานั้น เขาก็วางสัมภาระลง แล้วพยายามที่จะขยับก้อนหินนั้นให้พ้นทาง  หลังจากทั้งผลักทั้งดึงหินก้อนนั้น ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ เมื่อเขาหยิบสัมภาระของเขาขึ้นมา ก็เห็นถุงเงินวางอยู่ตรงจุดที่ก้อนหินผาเคยอยู่ ในถุงนั้นมีเหรียญทองและจดหมายจากพระราชา เขียนไว้ว่า "ทองในถุงนั้นเป็นของผู้ที่เอาหินผาออกไปจากถนน" ชาวบ้านคนนั้นได้รู้สิ่งที่เราไม่เคยได้รู้ ทุกๆ "อุปสรรคที่กีดขวางทางนั้น จะมอบโอกาสที่เราจะดีขึ้นให้กับเรา"  


 บทเรียนสำคัญที่ห้า – ให้เมื่อมันมีค่า


          หลายปีมาแล้ว เมื่อฉันไปทำงานเป็นอาสาสมัครที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง  ฉันได้รู้จักกับเด็กหญิงคนหนึ่งชื่อ ลิซ ซึ่งป่วยเป็นโรคร้ายที่มีน้อยคนที่จะเป็นโอกาสที่เธอจะหายจากโรคนี้ได้คือ ต้องทำการถ่ายเลือดจากน้องชายอายุห้าขวบของเธอ ผู้ซึ่งรอดจากโรคร้ายนี้ได้อย่างปาฏิหาริย์ จึงทำให้เขาร่างกายเขาสร้างภูมิคุ้มกันโรคร้ายนี้ขึ้นมา หมออธิบายสถานการณ์ให้น้องชายของเธอฟัง และถามเด็กชายว่าเขาต้องการจะให้เลือดของเขาแก่พี่สาวหรือไม่ 


          ฉันเห็นเขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วพูดว่า "ได้ครับ หากมันช่วยพี่สาวผมได้" เมื่อทำการถ่ายเลือด เขานอนยิ้มอยู่ที่เตียงข้างๆ พี่สาว ในขณะที่เราเริ่มจะเห็นสีสันคืนสู่แก้มของเธอ หน้าของเด็กชายก็เริ่มซีดและรอยยิ้มก็จางหายไป เด็กชายมองไปที่หมอ และถามด้วยเสียงสั่นเครือ 


         "ผมกำลังจะตายใช่ไหม?" ด้วยความเป็นเด็ก เขาเข้าใจหมอผิดไป เด็กชายคิดว่าเขาต้องให้เลือดทั้งหมดของเขาแก่พี่สาว เพื่อช่วยชีวิตเธอ ซึ่งเขาก็ยังตัดสินใจที่จะถ่ายเลือด แม้จะทำให้เขาต้องตายก็ตาม … นี่แหละคือความรักที่เขาจะมอบให้พี่สาวของเขา











Blog Entryถ้ารักคือ..ฟันMay 14, '08 11:06 PM
for everyone

จากฟอร์เวิร์ดเมล์ในอินเทอร์เน็ต ในหัวข้อ โบราณท่านว่า..รักก็เหมือนกับลิ้นกับฟัน

รักมั่นคงคือ..ฟันแท้ รักร่อแร่คือ..ฟันโยก

รักโสโครกคือ..ฟันดำ รักถลำคือ..ฟันเหยิน

รักหมางเมินคือ..ฟันห่าง รักร้างคือ..ฟันหลอ

รักหงิกงอคือ..ฟันกุด รักบริสุทธิ์คือ..ฟันขาว

รักชั่วคราวคือ..ฟันปลอม   รักอ่อนซ้อมคือ..ฟันร่วง
 
รักสีม่วงคือ..ฟันเก รักจำเจคือ..ฟันซ้อน
 
รักสลอนคือ..ฟันแทรก รักแรกคือ..ฟันน้ำนม
 
รักระบมคือ..ฟันผุ รักคิกขุคือ..ฟันกระต่าย
 
รักสลายคือ..ฟันหลุด รักชำรุดคือ..ฟันสึก
 
รักเจ็บลึก..ฟันคุด รักตุ๊ดคือ..ฟันหนุ่ม
 
รักทั้งกลุ่มคือ..ฟันหมด รักสลดคือ..ฟันพลาด
 
รักต่างชาติคือ..ฟันฝรั่ง รักปิดบังคือ..ฟันชู้
 
รักอุดอู้คือ..ฟันช้า รักกะฮาคือ..ฟันเล่น

รักไม่เป็นคือ..ฟันดะ รักเธอเสมอจริง ๆ นะ..ฟันธง


อ่ะ..ไปชิมกันซะ สัปดาห์ละร้าน  ก็ครบปีพอดี
 
1.         โจ๊กสามย่าน : ถามใครๆ ก็บอกว่าทีเด็ดอยู่ที่หมูหมักก้อนกลมกล่อม ประกอบกับเปิดขายเฉพาะช่วงเช้าก่อนเข้าเรียน และช่วงเย็นประมาณหลังเลิกเรียนพอดีเลยกลายเป็นเสบียงให้นิสิตอิ่มท้องจนเรียนจบมาแล้วนักต่อนัก
 
2.          ข้าวราดแกงวัดเล่งเน่ยยี่ : ในซอยมังกร ข้างวัดเล่งเน่ยยี่ ถนนเจริญกรุง ขึ้นชื่อในแกงประเภทแกงกะทิ โดยเฉพาะ แกงเนื้อ.. มาขายตั้งแต่ประมาณ 16.00น.เป็นต้นไป
 
3.         โจ๊กหม้อดิน ซอยมหาดไทย : ใช้หม้อดินมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อเพราะหม้อดินเป็นภาชนะธรรมชาติปลอดสารพิษเวลาโดนความร้อนแถมเก็บความร้อนไว้ได้นานเนื้อหมูใช้หมูที่ไม่มีมัน ส่วนข้าวก็ใช้ข้าวหอมมะลิ ปัจจุบันเปิดขายแฟรนไชส์แบ่งปันกำไรและความอร่อยกันให้ทั่วๆ สนใจติดต่อที่โทร.934-3995
 
4.         ข้าวขาหมูสีลม : อยู่ในซอยตรงข้างโรงพยาบางเลิดสิน คนแถวนั้นรู้จักในนามขาหมูโกโก้ ใครอยากมาลองต้องรีบมาช่วงเที่ยงหลังบ่ายโมงไม่รับประกันเพราะจะขายหมดเร็วมาก
 
5.         ข้าวมันไก่ตอนประตูน้ำ :
  นอกจากข้าวและไก่จะมีรสดีได้มาตรฐานแล้ว ที่ใครๆ ออกปากเห็นจะเป็นน้ำซุปร้อนๆ หอมและหวานน้ำต้มกระดูกไก่
 
6.         ข้าวหมูแดงสีมรกต : ไม่ต้องสงสัยว่าข้าวหมูแดงทำไมเป็นสีเขียว..จริงๆแล้วคือนามสกุลเจ้าของร้าน มีทีเด็ดตรงที่ทุกอย่างล้วนผ่านกรรมวิธีการย่าง ย่างมาตลอดสี่สิบกว่าปี ร้านอยู่ในตรอกโรงหมูตรงข้ามวัดไตรมิตร ขายเวลา 11.30น.-22.00น
 
7.         ข้าวขาหมูเหม่งจ๋าย :
จากแยกเหม่งจ๋ายมุ่งหน้ามาทางที่จะทะลุถนนเลียบทางด่วน จะเห็นร้านอาหารหลายร้านอยู่ด้านขวามือ ข้าวขาหมูร้านที่ว่าเป็นที่ชื่นชอบของคนรักเครื่องในและหมูกรอบ
 
8.          ข้าวผัดปู ห้าแยก ณ ระนอง: อาหารจีนชนิดอื่นๆ ทั้งกระเพาะปลา รังนก กระทั่งหูฉลาม  ทั้งหมดราคาย่อมเยาและรสชาติสมเป็นอาหารจีนแท้ๆ โดยไม่ต้องขึ้นเหลา มี ผัดหมี่หยังโจวกับข้าวผัดปู เป็นเมนูหลัก ร้านเปิดขายประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป ที่ห้าแยก ณ ระนองตรงข้ามสโมสรการท่าเรือ
 
9.         ร้านเต้าหู้ทอด เผือกทอด น้ำจิ้มรสเด็ด จตุจักร ร้านนี้ขายเฉพาะเสาร์-อาทิตย์เท่านั้นที่สวนจตุจักร อยู่โครงการ 2 ซอย2 ฝั่งตรงข้ามตลาด อ.ต.ก. ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน น้ำจิ้มรสเด็ดมาก ถั่วลิสงหอมความใหม่ เผือกทอด ข้าวโพดทอด มีแต่เผือกกับข้าวโพดมากกว่าแป้ง
 
10.         ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใสศรีย่าน : ตู้ใส่เส้นและลูกชิ้นค่อนข้างเก่าเนื่องจากทำมาหลายสิบปี แต่ก็ยังคงความอร่อยของลูกชิ้นไว้เช่นเดิม อยู่บริเวณตลาดศรีย่าน
 
11.         ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเด้งได้ : เป็นร้านพี่น้องอยู่ใกล้ๆกัน บริเวณท่าน้ำราชวงศ์ กระซิบว่าเจ้าของร้านไม่ค่อยอยากให้ลงแต่เพราะความอร่อยของลูกชิ้นและเส้นที่เหนียวนุ่ม เราจึงจำเป็นต้องแนะนำ ใครจะแวะไปชิมกรุณาอย่าบอกว่าอ่านเจอจากที่นี่..ขอบพระคุณค่ะ
 
12.         หมี่กรอบจีนหลี สมัย ร.5 : เรื่องมีอยู่ว่า คุณทวดของเจ้าของร้านอพยพมาจากเมืองจีนมาทำหมี่กรอบขายอยู่ บริเวณท่าน้ำตลาดพลู ซึ่งเป็นย่านที่มีขุนนางอาศัยอยู่เยอะ วันหนึ่งพระพุทธเจ้าหลวงปลอมพระองค์เสด็จฯตรวจราชการ แล้วทรงได้กลิ่นหมี่ใกล้สุก เมื่อเสด็จฯ ครั้งต่อๆมาจึงแวะเสวยและมีพระราชดำรัสให้ไปผัดในวัง ปัจจุบันหมี่กรอบจีนหลียังตั้งอยู่ที่เดิมขายสิบโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม
 
13.         ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย สมทรงโภชนา : เจ้าของสูตรซึ่งเป็นชาวสวรรคโลกแท้ๆ เพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน พี่วรรณลูกสาวจึงรับหน้าที่ปรุงรสก๋วยเตี๋ยวให้ได้ครบรส เดิมตั้งอยู่ในซอยวัดสังเวช ถนนท่าพระอาทิตย์เดี๋ยวนี้ขยับขยายขึ้นไปอยู่บน ศูนย์อาหารเซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว
 
14.         ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาโบราณ จันทบุรี : ร้านตั้งอยู่เลยวัดตรีทศเทพเลี้ยวซ้ายไปเล็กน้อย เป็นลูกชิ้นปลาทำเอง เจ้าของร้านกิตติศัพท์เรื่องรสชาติมีมาก  พอๆ กับการไม่ง้อลูกค้าคนเรื่องมากต้องระวังจะถูกเชิญให้ไปรับประทานร้านอื่น
 
15.         ก๋วยเตี๋ยวไหหลำ : แปลกกว่าก๋วยเตี๋ยวธรรมดาตรงเส้นที่คล้ายเส้นเกี้ยมอี๋แต่ยาวกว่าใส่ผักกาดดองตามสูตรไหหลำ เนื้อหมูและวัวเลือกมาอย่างดี อยู่ตรงสะพานขาว ถนนลูกหลวง ใกล้โรงหนังแอมบาสเดอร์เก่า
 
16.         เย็นตาโฟวัดแขก ถนนสีลม : ใครเคยไปบริเวณวัดแขกจะเห็นว่าทุกร้านล้วนขึ้นป้ายว่าเย็นตาโฟวัดแขกเจ้าเก่า แนะนำได้เพียงว่าร้านดั้งเดิมคือร้านที่อยู่ใกล้กับวัดแขกมากที่สุด แต่เรื่องรสชาติต้องลองชิมดูเองว่าร้านไหนจะถูกปากใคร
 
17.         ไก่ย่างแม่วันเพ็ญ : ไก่ย่างและไก่ย่างทอดร้อนๆ ทอดจนกรอบแล้วโรยเครื่องเทศให้หอม เข้าได้ทั้งจากซอยอาภาภิรมย์ ข้างกรมการค้าส่งออก ถนนรัชโยธิน หรือจากซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าวก็ได้ ผู้ไม่คุ้นทางสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 0 1818 2608
 
18.         กระเพาะปลาน้ำแดง : ใช้เวลาเตรียมแต่เช้ามืดเพื่อเปิดขายตอนประมาณสี่โมงเย็นถึงสี่ทุ่ม เพราะต้องเคี่ยวกระดูกไก่นาน 4 ชั่วโมง  ผสมกับเครื่องปรุงอย่างดีทำให้ได้น้ำหอมหวาน  แต่เดิมขายในรถเดี๋ยวนี้กลายเป็นแผงอยู่หน้าที่จอดรถตลาดสวนหลวง ใกล้สนามกีฬาแห่งชาติ
 
19.         อาหารไทย ร้านครัวอรรถรส ซอยเสือใหญ่อุทิศ :  มีทั้งก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ส้มตำผลไม้ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ฯลฯ รวมไว้ในร้านเดียวกัน เจ้าของรวบรวมอาหารอร่อยจากที่ต่างๆ มาพัฒนารสชาติปรับส่วนที่เข้มข้นเกินไปให้อร่อยลงตัวไปอีกแบบ  หาร้านไม่เจอโทรศัพท์ถามได้ที่ 0 2541 7043
 
20.         ส้มตำจตุจักร : ฝั่งตรงข้ามตลาด อ.ต.ก. ผ่านซุ้มหนังสือเก่าเลี้ยวขวาจะเจอร้านส้มตำฝุ่นตลบ ซึ่งมีอาหารอีกหลายอย่างให้เลือก อาทิ ไก่ทอดหมูยอ ก๋วยจั๊บญวน ที่อร่อยอาจเป็นเพราะรอนานจนหิวก็เป็นได้
 
21.         ปลาหมึกย่างสยามสแควร์ :
คุณป้าใช้ปลาหมึกสดๆ จิ้มน้ำจิ้มรสเด็ด ราคาอาจสูงไปนิด แต่ก็สมเหตุสมผลกับค่าทำเล และคุณภาพอาหาร อยู่ในสยามสแควร์ซอย 4
 
22.         ไก่ทอด 7 กระทะ : ไก่ทอดจนกรอบเกรียม รวมกับกระเทียมเจียวร้อนๆทำให้มีลูกค้ามากมายมาย ืนรอ เมื่อไม่ทันใจจึงต้องใช้กระทะถึง 7 ใบ จากแยกรัชดา-สุทธิสาร มุ่งหน้าสู่แยกที่จะลัดออกสู่ลาดพร้าวอยู่ทางซ้ายมือ
 
23.         ไก่ทอดเจ๊กี :
บางคนเรียกไก่ทอดโปโล เพราะตั้งอยู่ในซอยโปโลตรงข้ามสวนลุมพินี เป็นร้านเก่าร้านแก่ตั้งแต่รุ่นเจ๊กี คือคุณแม่ คิดสูตรไก่ทอดโรยกระเทียมเจียวหอม พร้อมอาหารประเภทส้มตำ  น้ำตกเปิดบริการตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า มีบริการจัดส่งบริเวณใกล้เคีัยง โทรศัพท์สั่งได้ที่ 0 2655 8489
 
24.         เป็ดย่างพูลสิน :
เลยวัดตรีทศเทพมาเล็กน้อย เป็ดย่างสุกกำลังเหมาะจนหนังกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่เหนียว
 
25.         ห่านพะโล้ฉั่วคิมเฮง :  ตรงมาจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ข้ามแยกคลองตันมาถนนพัฒนาการ จะเห็นร้านใหญ่ซ้ายมือ ร้านดั้งเดิมปัจจุบันยังอยู่ท่าดินแดง ชื่อฉั่วกิมฮวดเก่าแก่จนได้รับฉายาว่าเป็นห่านสามชั่วคน
 
26.         ไก่ย่างจิรพันธ์ : ร้านขายอาหารอิสลามล้วนๆ นอกจากไก่ย่างยังมีเนื้อสะเต๊ะ ข้าวหมกไก่ แถมด้วยข้าวหมกแพะจากถนนรามคำแหงเลี้ยวที่แยกพระราม 9 มุ่งหน้าไปทางมอเตอร์เวย์จะอยู่ทางซ้ายมือเลยปั๊มเชลล์ไปประมาณ 500 เมตร
 
27.         เนื้อย่างเกาหลี สูตรบึงพลาญชัย :  ต้นตำรับดั้งเดิมขายอยู่ใกล้ๆ บึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด  คุณนิภานำสูตรมาตั้งร้านที่หมู่บ้าน ต.รวมโชค ซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปร้อนๆ ในหม้อย่างสามารถทานได้เลยเพราะผ่านการปรุงมาแล้ว
 
28.         สะอาด : ขายเสต๊กที่ผ่านการดัดแปลงรสชาติให้เข้ากับคอคนจีนได้เป็นอย่างดี ในร้านยังมี ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส เป็นเมนูเด็ดประจำร้าน อยู่บนถนนอิสรภาพใกล้สี่แยกบ้านแขก
 
29.         ห่านพะโล้สะพานเหลือง : ผ่านการต้มมาอย่างดีจนเนื้อไม่เหนียวและไม่คาวเหมือนห่านพะโล้ทั่วๆ ไปอยู่ย่านสะพานเหลือง ริมถนนพระราม 4 ถ้ามุ่งหน้าหัวลำโพงจะอยู่ด้านซ้ายมือก่อนถึงแยกบรรทัดทอง
 
อาหารว่างและของหวาน
 
30.         ร้านกาแฟโบราณเอี๊ยะแซ :
โบราณสมชื่อ เพราะเปิดมาแล้วเจ็ดสิบกว่าปีใช้เมล็ดกาแฟจากไร่ประจำนำมาคั่วทำให้ได้รสกาแฟแท้ดั้งเดิม เปิดรับคนตื่นเช้าตั้งแต่ตีสี่ครึ่งไปจนถึงสี่ทุ่ม ที่ร้านบนถนนเยาวราช-พาดสาย ตรงข้ามเท็กซัสสุกี้ นอกจากนี้ยังหาดื่มได้ตามศูนย์อาหารทั่วกรุงเทพฯ และเซ็นเตอร์พ้อยท์ เอาใจคอกาแฟรุ่นใหม่
 
31.         ขนมเบื้องวังเดิม : สังเกตเห็นได้ง่ายเนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่าขนมเบื้องธรรมดาใช้แป้งถั่วเขียวละเลงเป็นแผ่น เพราะหอมกว่าแป้งสาลีแล้วเคลือบด้วยไข่ มีให้เลือกทั้งไส้หวาน และไส้เค็ม  ชื่อวังเดิมเพราะร้านเก่าอยู่แถววังเดิม เดี๋ยวนี้อยู่ลานอาหารไทย ดิโอลด์สยามพลาซ่า
 
32.         ไอศกรีมทิพรส : ไอศกรีมกะทิหลากชนิด มีให้เลือกทั้งกะทิโบราณ กะทิรวมมิตร และกะทิทรงเครื่อง  มีบริการแพ็คกลับบ้านได้ ราคาไม่แพง อยู่บริเวณสี่แยกเตาปูน มุ่งหน้าไปทางตลาดเตาปูน
 
33.         ร้านขนมไทยหวานดำรงค์ :
ร้านปัจจุบันเปิดมาตั้งแต่ปี2508 ได้มรดกทางฝีมือการทำขนมมาจากคุณแม่ ซึ่งเจ้าของร้านถ่อมตัวว่าไม่ได้มาจากวังไหน แต่คุณหญิงหลายๆ ท่านก็มาสั่งทำขนมชั้นขนาดใหญ่ ตะโก้ และขนมเปียกปูน อยู่เสมอๆ ร้านเปิดเจ็ดโมงเช้าถึงหนึ่งทุ่ม หยุดวันอาทิตย์ อยู่ในตลาดเจริญผล ใกล้สี่แยกเจริญผล หรือจะโทรศัพท์สั่งก็ย่อมได้ ที่ 02215 2345
 
34.         ถั่วแปบ ซอยละลายทรัพย์ : เดิมขายสาคูและข้าวเกรียบปากหม้อแล้วมาทำถั่วแปบเสริม แต่ด้วยความที่ถั่วแปบเจ้านี้แป้งนิ่มกำลังดี ลูกค้าหันมาซื้อกันมากจนทำไม่ทัน จึงต้องหันมาขายเฉพาะถั่วแปบเป็นหลัก ที่ซอยละลายทรัพย์ถนนสีลม
 
35.         ปอเปี๊ยะ/ มะตะบะ ท่าพระจันทร์ :  กรรมวิธีการทอดต่างจากร้านอื่น ตรงทอดแป้งเป็นแผ่นบาง โรยด้วยไส้ นำมาซ้อนกัน 3 ชั้น ห่อด้วยแป้งแล้วจึงทอดอีกครั้ง วิธีนี้จะทำให้มีความกรอบและนุ่มพอดิบพอดี ร้านใกล้ๆ กันขายปอเปี้ยะทอดที่ใส่เครื่องกุ้งและหมูสับเต็มๆ คำ รสดีด้วยเครื่องเทศและความกรอบใหม่
 
36.         โรตีกรอบ หน้าเพาะช่าง : พัฒนามาจากโรตีแผ่นกลมธรรมดา มาเป็นโรตีแผ่นสี่เหลี่ยมทอดจนกรอบ  ใส่กล่องหรือใส่จาน  แนะนำให้ทานร้อนๆ จะอร่อยเป็นทวีคูณ
 
37.         เซ็งซิมอี๊ : อี๊หมายถึงแป้งที่ปั้นเป็นรูปร่างต่างๆ ส่วนเซ็งซิมหมายถึงชื่นใจ เซ็งซิมอี๊  ร้านที่ว่าเป็นร้านสะท้าน โลกันต์ อยู่บริเวณตลาดสวนหลวงเช่นกัน ขายช่วงเย็นๆ ไปจนค่อนคืน
 
38.         ลอดช่องสิงคโปร์ ร้านประโยชน์ :  อยู่ระหว่างสามแยกกับวงเวียน 22 เป็นร้านเล็ก ๆ แต่รสชาติไม่เล็กเหมือนร้าน
 
39.         ไอศกรีมไข่แข็ง : โดยการใส่ไข่แดงล้วนๆ ลงในไอศกรีมกะทิความเย็นจะกลบกลิ่นคาวกลายเป็นรสชาติหอมมันแทน ร้านอยู่ถัดจากเซ็งซิมอี๊ที่ตลาดสวนหลวงไปประมาณ 2-3 ห้อง
 
40.         ซ่าหริ่มชูถิ่น : บอกชื่อไป ไม่มีใครไม่รู้จักขายทั้งซ่าหริ่มและขนมไทยอีกหลายชนิด คนชอบทำขนมหลายคนดีอกดีใจ ที่ร้านนี้มีแป้งทำขนมขายพร้อมวิธีทำบอกเสร็จสรรพ แต่จริงๆ แล้วร้านเขาขายแป้งมาแต่เดิมต่างหาก
 
41.         มนต์ นมสด : ชื่อร้านคือชื่อเจ้าของร้าน คุณมนต์ช่วยคุณพ่อทำร้านนม-กาแฟ มาตั้งแต่ 10 ขวบ  เริ่มตั้งแต่เป็นรถเข็นย้ายที่แล้วที่เล่าจนมาได้ที่ปัจจุบันอยู่ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพฯเปิด ขาย 14.00น.-24.00น. เน้นความซื่อสัตย์ที่ขนมปังสังขยาสดใหม่ทุกวันและไม่ใส่สารกันบูด
 
42.         ราดหน้า 4 สี ร้านชิ้งกี่: คือสีของเส้น รวมกับสีน้ำตาลของหมูหมักสีเหลืองของไข่ดาว และสีน้ำตาลเข้มของหมูแฮม ซึ่งจริงๆ แล้วคือหมูทอดกระเทียม แต่ลูกค้าเห็นว่าอยู่คู่กับไข่ดาวก็เลยพากันเรียกหมูแฮมจนติดปาก ร้านชิ้งกี่ เคยมีโอกาสรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ รวมทั้งคนใหญ่คนโตหลายๆ ท่านมาแล้ว อยู่ ใกล้สวนรมณีย์นาถ ถัดจากซอยร้านหวายนายเหมือนไปหนึ่งซอย
 
43.         ผัดไทยสำราญราษฎร์ : ผัดไทยร้านนี้เป็นผัดไทยกุ้งสดเจ้า แรกของเมืองไทย ตั้งอยู่ตรงข้ามประตูผีวัดสระเกศใกล้ๆ กันมีผัดไทยทิพย์สมัยให้เลือกชิมได้อีกที่ในบริเวณเดียวกันจะมีอาหารอร่อยหลายร้าน แต่ขอให้ระวังสอบถามราคาก่อน เพราะอาหารบางร้านก็ราคาแพงอย่างไม่น่าเชื่อ
 
44.         เย็นตาโฟประตูผี : เลยร้านผัดไทยมาจะเห็นร้านตี๋เย็นตาโฟอยู่ตรงหัวมุมแยกสำราญราษฎร์ ตั้งโต๊ะขายช่วงกลางคืนเต็มพื้นที่ และคนก็มากพอๆ กับจำนวนโต๊ะ สอบถามได้ความว่าลูกชิ้นมีหลากหลาย และน้ำซุปก็อร่อยเกินหน้าเกินตาเย็นตาโฟร้านอื่น
 
45.         ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ :