Nu TleTitle's posts with tag: สนุกกะนู๋ป่ะล่ะ หุหุ

What are tags? You can give your posts a "tag", which is like a keyword. Tags help you find content which has something in common. You can assign as many tags as you wish to each post.
View posts by people in your network with tag สนุกกะนู๋ป่ะล่ะ หุหุ
อ่ะ..ไปชิมกันซะ สัปดาห์ละร้าน  ก็ครบปีพอดี
 
1.         โจ๊กสามย่าน : ถามใครๆ ก็บอกว่าทีเด็ดอยู่ที่หมูหมักก้อนกลมกล่อม ประกอบกับเปิดขายเฉพาะช่วงเช้าก่อนเข้าเรียน และช่วงเย็นประมาณหลังเลิกเรียนพอดีเลยกลายเป็นเสบียงให้นิสิตอิ่มท้องจนเรียนจบมาแล้วนักต่อนัก
 
2.          ข้าวราดแกงวัดเล่งเน่ยยี่ : ในซอยมังกร ข้างวัดเล่งเน่ยยี่ ถนนเจริญกรุง ขึ้นชื่อในแกงประเภทแกงกะทิ โดยเฉพาะ แกงเนื้อ.. มาขายตั้งแต่ประมาณ 16.00น.เป็นต้นไป
 
3.         โจ๊กหม้อดิน ซอยมหาดไทย : ใช้หม้อดินมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อเพราะหม้อดินเป็นภาชนะธรรมชาติปลอดสารพิษเวลาโดนความร้อนแถมเก็บความร้อนไว้ได้นานเนื้อหมูใช้หมูที่ไม่มีมัน ส่วนข้าวก็ใช้ข้าวหอมมะลิ ปัจจุบันเปิดขายแฟรนไชส์แบ่งปันกำไรและความอร่อยกันให้ทั่วๆ สนใจติดต่อที่โทร.934-3995
 
4.         ข้าวขาหมูสีลม : อยู่ในซอยตรงข้างโรงพยาบางเลิดสิน คนแถวนั้นรู้จักในนามขาหมูโกโก้ ใครอยากมาลองต้องรีบมาช่วงเที่ยงหลังบ่ายโมงไม่รับประกันเพราะจะขายหมดเร็วมาก
 
5.         ข้าวมันไก่ตอนประตูน้ำ :
  นอกจากข้าวและไก่จะมีรสดีได้มาตรฐานแล้ว ที่ใครๆ ออกปากเห็นจะเป็นน้ำซุปร้อนๆ หอมและหวานน้ำต้มกระดูกไก่
 
6.         ข้าวหมูแดงสีมรกต : ไม่ต้องสงสัยว่าข้าวหมูแดงทำไมเป็นสีเขียว..จริงๆแล้วคือนามสกุลเจ้าของร้าน มีทีเด็ดตรงที่ทุกอย่างล้วนผ่านกรรมวิธีการย่าง ย่างมาตลอดสี่สิบกว่าปี ร้านอยู่ในตรอกโรงหมูตรงข้ามวัดไตรมิตร ขายเวลา 11.30น.-22.00น
 
7.         ข้าวขาหมูเหม่งจ๋าย :
จากแยกเหม่งจ๋ายมุ่งหน้ามาทางที่จะทะลุถนนเลียบทางด่วน จะเห็นร้านอาหารหลายร้านอยู่ด้านขวามือ ข้าวขาหมูร้านที่ว่าเป็นที่ชื่นชอบของคนรักเครื่องในและหมูกรอบ
 
8.          ข้าวผัดปู ห้าแยก ณ ระนอง: อาหารจีนชนิดอื่นๆ ทั้งกระเพาะปลา รังนก กระทั่งหูฉลาม  ทั้งหมดราคาย่อมเยาและรสชาติสมเป็นอาหารจีนแท้ๆ โดยไม่ต้องขึ้นเหลา มี ผัดหมี่หยังโจวกับข้าวผัดปู เป็นเมนูหลัก ร้านเปิดขายประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป ที่ห้าแยก ณ ระนองตรงข้ามสโมสรการท่าเรือ
 
9.         ร้านเต้าหู้ทอด เผือกทอด น้ำจิ้มรสเด็ด จตุจักร ร้านนี้ขายเฉพาะเสาร์-อาทิตย์เท่านั้นที่สวนจตุจักร อยู่โครงการ 2 ซอย2 ฝั่งตรงข้ามตลาด อ.ต.ก. ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน น้ำจิ้มรสเด็ดมาก ถั่วลิสงหอมความใหม่ เผือกทอด ข้าวโพดทอด มีแต่เผือกกับข้าวโพดมากกว่าแป้ง
 
10.         ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใสศรีย่าน : ตู้ใส่เส้นและลูกชิ้นค่อนข้างเก่าเนื่องจากทำมาหลายสิบปี แต่ก็ยังคงความอร่อยของลูกชิ้นไว้เช่นเดิม อยู่บริเวณตลาดศรีย่าน
 
11.         ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเด้งได้ : เป็นร้านพี่น้องอยู่ใกล้ๆกัน บริเวณท่าน้ำราชวงศ์ กระซิบว่าเจ้าของร้านไม่ค่อยอยากให้ลงแต่เพราะความอร่อยของลูกชิ้นและเส้นที่เหนียวนุ่ม เราจึงจำเป็นต้องแนะนำ ใครจะแวะไปชิมกรุณาอย่าบอกว่าอ่านเจอจากที่นี่..ขอบพระคุณค่ะ
 
12.         หมี่กรอบจีนหลี สมัย ร.5 : เรื่องมีอยู่ว่า คุณทวดของเจ้าของร้านอพยพมาจากเมืองจีนมาทำหมี่กรอบขายอยู่ บริเวณท่าน้ำตลาดพลู ซึ่งเป็นย่านที่มีขุนนางอาศัยอยู่เยอะ วันหนึ่งพระพุทธเจ้าหลวงปลอมพระองค์เสด็จฯตรวจราชการ แล้วทรงได้กลิ่นหมี่ใกล้สุก เมื่อเสด็จฯ ครั้งต่อๆมาจึงแวะเสวยและมีพระราชดำรัสให้ไปผัดในวัง ปัจจุบันหมี่กรอบจีนหลียังตั้งอยู่ที่เดิมขายสิบโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม
 
13.         ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย สมทรงโภชนา : เจ้าของสูตรซึ่งเป็นชาวสวรรคโลกแท้ๆ เพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน พี่วรรณลูกสาวจึงรับหน้าที่ปรุงรสก๋วยเตี๋ยวให้ได้ครบรส เดิมตั้งอยู่ในซอยวัดสังเวช ถนนท่าพระอาทิตย์เดี๋ยวนี้ขยับขยายขึ้นไปอยู่บน ศูนย์อาหารเซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว
 
14.         ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาโบราณ จันทบุรี : ร้านตั้งอยู่เลยวัดตรีทศเทพเลี้ยวซ้ายไปเล็กน้อย เป็นลูกชิ้นปลาทำเอง เจ้าของร้านกิตติศัพท์เรื่องรสชาติมีมาก  พอๆ กับการไม่ง้อลูกค้าคนเรื่องมากต้องระวังจะถูกเชิญให้ไปรับประทานร้านอื่น
 
15.         ก๋วยเตี๋ยวไหหลำ : แปลกกว่าก๋วยเตี๋ยวธรรมดาตรงเส้นที่คล้ายเส้นเกี้ยมอี๋แต่ยาวกว่าใส่ผักกาดดองตามสูตรไหหลำ เนื้อหมูและวัวเลือกมาอย่างดี อยู่ตรงสะพานขาว ถนนลูกหลวง ใกล้โรงหนังแอมบาสเดอร์เก่า
 
16.         เย็นตาโฟวัดแขก ถนนสีลม : ใครเคยไปบริเวณวัดแขกจะเห็นว่าทุกร้านล้วนขึ้นป้ายว่าเย็นตาโฟวัดแขกเจ้าเก่า แนะนำได้เพียงว่าร้านดั้งเดิมคือร้านที่อยู่ใกล้กับวัดแขกมากที่สุด แต่เรื่องรสชาติต้องลองชิมดูเองว่าร้านไหนจะถูกปากใคร
 
17.         ไก่ย่างแม่วันเพ็ญ : ไก่ย่างและไก่ย่างทอดร้อนๆ ทอดจนกรอบแล้วโรยเครื่องเทศให้หอม เข้าได้ทั้งจากซอยอาภาภิรมย์ ข้างกรมการค้าส่งออก ถนนรัชโยธิน หรือจากซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าวก็ได้ ผู้ไม่คุ้นทางสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 0 1818 2608
 
18.         กระเพาะปลาน้ำแดง : ใช้เวลาเตรียมแต่เช้ามืดเพื่อเปิดขายตอนประมาณสี่โมงเย็นถึงสี่ทุ่ม เพราะต้องเคี่ยวกระดูกไก่นาน 4 ชั่วโมง  ผสมกับเครื่องปรุงอย่างดีทำให้ได้น้ำหอมหวาน  แต่เดิมขายในรถเดี๋ยวนี้กลายเป็นแผงอยู่หน้าที่จอดรถตลาดสวนหลวง ใกล้สนามกีฬาแห่งชาติ
 
19.         อาหารไทย ร้านครัวอรรถรส ซอยเสือใหญ่อุทิศ :  มีทั้งก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ส้มตำผลไม้ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ฯลฯ รวมไว้ในร้านเดียวกัน เจ้าของรวบรวมอาหารอร่อยจากที่ต่างๆ มาพัฒนารสชาติปรับส่วนที่เข้มข้นเกินไปให้อร่อยลงตัวไปอีกแบบ  หาร้านไม่เจอโทรศัพท์ถามได้ที่ 0 2541 7043
 
20.         ส้มตำจตุจักร : ฝั่งตรงข้ามตลาด อ.ต.ก. ผ่านซุ้มหนังสือเก่าเลี้ยวขวาจะเจอร้านส้มตำฝุ่นตลบ ซึ่งมีอาหารอีกหลายอย่างให้เลือก อาทิ ไก่ทอดหมูยอ ก๋วยจั๊บญวน ที่อร่อยอาจเป็นเพราะรอนานจนหิวก็เป็นได้
 
21.         ปลาหมึกย่างสยามสแควร์ :
คุณป้าใช้ปลาหมึกสดๆ จิ้มน้ำจิ้มรสเด็ด ราคาอาจสูงไปนิด แต่ก็สมเหตุสมผลกับค่าทำเล และคุณภาพอาหาร อยู่ในสยามสแควร์ซอย 4
 
22.         ไก่ทอด 7 กระทะ : ไก่ทอดจนกรอบเกรียม รวมกับกระเทียมเจียวร้อนๆทำให้มีลูกค้ามากมายมาย ืนรอ เมื่อไม่ทันใจจึงต้องใช้กระทะถึง 7 ใบ จากแยกรัชดา-สุทธิสาร มุ่งหน้าสู่แยกที่จะลัดออกสู่ลาดพร้าวอยู่ทางซ้ายมือ
 
23.         ไก่ทอดเจ๊กี :
บางคนเรียกไก่ทอดโปโล เพราะตั้งอยู่ในซอยโปโลตรงข้ามสวนลุมพินี เป็นร้านเก่าร้านแก่ตั้งแต่รุ่นเจ๊กี คือคุณแม่ คิดสูตรไก่ทอดโรยกระเทียมเจียวหอม พร้อมอาหารประเภทส้มตำ  น้ำตกเปิดบริการตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า มีบริการจัดส่งบริเวณใกล้เคีัยง โทรศัพท์สั่งได้ที่ 0 2655 8489
 
24.         เป็ดย่างพูลสิน :
เลยวัดตรีทศเทพมาเล็กน้อย เป็ดย่างสุกกำลังเหมาะจนหนังกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่เหนียว
 
25.         ห่านพะโล้ฉั่วคิมเฮง :  ตรงมาจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ข้ามแยกคลองตันมาถนนพัฒนาการ จะเห็นร้านใหญ่ซ้ายมือ ร้านดั้งเดิมปัจจุบันยังอยู่ท่าดินแดง ชื่อฉั่วกิมฮวดเก่าแก่จนได้รับฉายาว่าเป็นห่านสามชั่วคน
 
26.         ไก่ย่างจิรพันธ์ : ร้านขายอาหารอิสลามล้วนๆ นอกจากไก่ย่างยังมีเนื้อสะเต๊ะ ข้าวหมกไก่ แถมด้วยข้าวหมกแพะจากถนนรามคำแหงเลี้ยวที่แยกพระราม 9 มุ่งหน้าไปทางมอเตอร์เวย์จะอยู่ทางซ้ายมือเลยปั๊มเชลล์ไปประมาณ 500 เมตร
 
27.         เนื้อย่างเกาหลี สูตรบึงพลาญชัย :  ต้นตำรับดั้งเดิมขายอยู่ใกล้ๆ บึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด  คุณนิภานำสูตรมาตั้งร้านที่หมู่บ้าน ต.รวมโชค ซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปร้อนๆ ในหม้อย่างสามารถทานได้เลยเพราะผ่านการปรุงมาแล้ว
 
28.         สะอาด : ขายเสต๊กที่ผ่านการดัดแปลงรสชาติให้เข้ากับคอคนจีนได้เป็นอย่างดี ในร้านยังมี ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส เป็นเมนูเด็ดประจำร้าน อยู่บนถนนอิสรภาพใกล้สี่แยกบ้านแขก
 
29.         ห่านพะโล้สะพานเหลือง : ผ่านการต้มมาอย่างดีจนเนื้อไม่เหนียวและไม่คาวเหมือนห่านพะโล้ทั่วๆ ไปอยู่ย่านสะพานเหลือง ริมถนนพระราม 4 ถ้ามุ่งหน้าหัวลำโพงจะอยู่ด้านซ้ายมือก่อนถึงแยกบรรทัดทอง
 
อาหารว่างและของหวาน
 
30.         ร้านกาแฟโบราณเอี๊ยะแซ :
โบราณสมชื่อ เพราะเปิดมาแล้วเจ็ดสิบกว่าปีใช้เมล็ดกาแฟจากไร่ประจำนำมาคั่วทำให้ได้รสกาแฟแท้ดั้งเดิม เปิดรับคนตื่นเช้าตั้งแต่ตีสี่ครึ่งไปจนถึงสี่ทุ่ม ที่ร้านบนถนนเยาวราช-พาดสาย ตรงข้ามเท็กซัสสุกี้ นอกจากนี้ยังหาดื่มได้ตามศูนย์อาหารทั่วกรุงเทพฯ และเซ็นเตอร์พ้อยท์ เอาใจคอกาแฟรุ่นใหม่
 
31.         ขนมเบื้องวังเดิม : สังเกตเห็นได้ง่ายเนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่าขนมเบื้องธรรมดาใช้แป้งถั่วเขียวละเลงเป็นแผ่น เพราะหอมกว่าแป้งสาลีแล้วเคลือบด้วยไข่ มีให้เลือกทั้งไส้หวาน และไส้เค็ม  ชื่อวังเดิมเพราะร้านเก่าอยู่แถววังเดิม เดี๋ยวนี้อยู่ลานอาหารไทย ดิโอลด์สยามพลาซ่า
 
32.         ไอศกรีมทิพรส : ไอศกรีมกะทิหลากชนิด มีให้เลือกทั้งกะทิโบราณ กะทิรวมมิตร และกะทิทรงเครื่อง  มีบริการแพ็คกลับบ้านได้ ราคาไม่แพง อยู่บริเวณสี่แยกเตาปูน มุ่งหน้าไปทางตลาดเตาปูน
 
33.         ร้านขนมไทยหวานดำรงค์ :
ร้านปัจจุบันเปิดมาตั้งแต่ปี2508 ได้มรดกทางฝีมือการทำขนมมาจากคุณแม่ ซึ่งเจ้าของร้านถ่อมตัวว่าไม่ได้มาจากวังไหน แต่คุณหญิงหลายๆ ท่านก็มาสั่งทำขนมชั้นขนาดใหญ่ ตะโก้ และขนมเปียกปูน อยู่เสมอๆ ร้านเปิดเจ็ดโมงเช้าถึงหนึ่งทุ่ม หยุดวันอาทิตย์ อยู่ในตลาดเจริญผล ใกล้สี่แยกเจริญผล หรือจะโทรศัพท์สั่งก็ย่อมได้ ที่ 02215 2345
 
34.         ถั่วแปบ ซอยละลายทรัพย์ : เดิมขายสาคูและข้าวเกรียบปากหม้อแล้วมาทำถั่วแปบเสริม แต่ด้วยความที่ถั่วแปบเจ้านี้แป้งนิ่มกำลังดี ลูกค้าหันมาซื้อกันมากจนทำไม่ทัน จึงต้องหันมาขายเฉพาะถั่วแปบเป็นหลัก ที่ซอยละลายทรัพย์ถนนสีลม
 
35.         ปอเปี๊ยะ/ มะตะบะ ท่าพระจันทร์ :  กรรมวิธีการทอดต่างจากร้านอื่น ตรงทอดแป้งเป็นแผ่นบาง โรยด้วยไส้ นำมาซ้อนกัน 3 ชั้น ห่อด้วยแป้งแล้วจึงทอดอีกครั้ง วิธีนี้จะทำให้มีความกรอบและนุ่มพอดิบพอดี ร้านใกล้ๆ กันขายปอเปี้ยะทอดที่ใส่เครื่องกุ้งและหมูสับเต็มๆ คำ รสดีด้วยเครื่องเทศและความกรอบใหม่
 
36.         โรตีกรอบ หน้าเพาะช่าง : พัฒนามาจากโรตีแผ่นกลมธรรมดา มาเป็นโรตีแผ่นสี่เหลี่ยมทอดจนกรอบ  ใส่กล่องหรือใส่จาน  แนะนำให้ทานร้อนๆ จะอร่อยเป็นทวีคูณ
 
37.         เซ็งซิมอี๊ : อี๊หมายถึงแป้งที่ปั้นเป็นรูปร่างต่างๆ ส่วนเซ็งซิมหมายถึงชื่นใจ เซ็งซิมอี๊  ร้านที่ว่าเป็นร้านสะท้าน โลกันต์ อยู่บริเวณตลาดสวนหลวงเช่นกัน ขายช่วงเย็นๆ ไปจนค่อนคืน
 
38.         ลอดช่องสิงคโปร์ ร้านประโยชน์ :  อยู่ระหว่างสามแยกกับวงเวียน 22 เป็นร้านเล็ก ๆ แต่รสชาติไม่เล็กเหมือนร้าน
 
39.         ไอศกรีมไข่แข็ง : โดยการใส่ไข่แดงล้วนๆ ลงในไอศกรีมกะทิความเย็นจะกลบกลิ่นคาวกลายเป็นรสชาติหอมมันแทน ร้านอยู่ถัดจากเซ็งซิมอี๊ที่ตลาดสวนหลวงไปประมาณ 2-3 ห้อง
 
40.         ซ่าหริ่มชูถิ่น : บอกชื่อไป ไม่มีใครไม่รู้จักขายทั้งซ่าหริ่มและขนมไทยอีกหลายชนิด คนชอบทำขนมหลายคนดีอกดีใจ ที่ร้านนี้มีแป้งทำขนมขายพร้อมวิธีทำบอกเสร็จสรรพ แต่จริงๆ แล้วร้านเขาขายแป้งมาแต่เดิมต่างหาก
 
41.         มนต์ นมสด : ชื่อร้านคือชื่อเจ้าของร้าน คุณมนต์ช่วยคุณพ่อทำร้านนม-กาแฟ มาตั้งแต่ 10 ขวบ  เริ่มตั้งแต่เป็นรถเข็นย้ายที่แล้วที่เล่าจนมาได้ที่ปัจจุบันอยู่ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพฯเปิด ขาย 14.00น.-24.00น. เน้นความซื่อสัตย์ที่ขนมปังสังขยาสดใหม่ทุกวันและไม่ใส่สารกันบูด
 
42.         ราดหน้า 4 สี ร้านชิ้งกี่: คือสีของเส้น รวมกับสีน้ำตาลของหมูหมักสีเหลืองของไข่ดาว และสีน้ำตาลเข้มของหมูแฮม ซึ่งจริงๆ แล้วคือหมูทอดกระเทียม แต่ลูกค้าเห็นว่าอยู่คู่กับไข่ดาวก็เลยพากันเรียกหมูแฮมจนติดปาก ร้านชิ้งกี่ เคยมีโอกาสรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ รวมทั้งคนใหญ่คนโตหลายๆ ท่านมาแล้ว อยู่ ใกล้สวนรมณีย์นาถ ถัดจากซอยร้านหวายนายเหมือนไปหนึ่งซอย
 
43.         ผัดไทยสำราญราษฎร์ : ผัดไทยร้านนี้เป็นผัดไทยกุ้งสดเจ้า แรกของเมืองไทย ตั้งอยู่ตรงข้ามประตูผีวัดสระเกศใกล้ๆ กันมีผัดไทยทิพย์สมัยให้เลือกชิมได้อีกที่ในบริเวณเดียวกันจะมีอาหารอร่อยหลายร้าน แต่ขอให้ระวังสอบถามราคาก่อน เพราะอาหารบางร้านก็ราคาแพงอย่างไม่น่าเชื่อ
 
44.         เย็นตาโฟประตูผี : เลยร้านผัดไทยมาจะเห็นร้านตี๋เย็นตาโฟอยู่ตรงหัวมุมแยกสำราญราษฎร์ ตั้งโต๊ะขายช่วงกลางคืนเต็มพื้นที่ และคนก็มากพอๆ กับจำนวนโต๊ะ สอบถามได้ความว่าลูกชิ้นมีหลากหลาย และน้ำซุปก็อร่อยเกินหน้าเกินตาเย็นตาโฟร้านอื่น
 
45.         ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ : ร้านที่แนะนำนี้ทำทั้งก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ และก๋วยเตี๋ยวอบไก่ สูตรแรกจะคั่วเส้นกับไข่จนหอมแห้ง อีกสูตรใส่ไข่แล้วปิดฝาหม้อให้กลิ่นอบอยู่ข้างใน อยู่ซอยตรงข้ามโรงพยาบาลกลาง
 
46.         ก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเล : ร้านนี้ขายทั้งคั่วทะเลและคั่วไก่ แต่ที่ขึ้นชื่อจะเป็นคั่วทะเลเพราะใส่ทั้งกุ้งและปลาหมึกให้ด้วยอยู่ในซอยข้างตลาดวรจักร หาไม่ยากแต่ทางเข้าวังเวงเล็กน้อย สาวๆ อยากลองควรหาใครไปเป็นเพื่อนสักคนสองคน
 
47.         ข้าวมันไก่เจ๊ยี : ตรงข้ามวัดสระเกศ ขึ้นชื่อเรื่องข้าวมันแสนนุ่มและไก่ต้มยุ่ยกำลังดี  ขายช่วงสายๆ จนถึงกลางวัน ต้องรีบไปเช่นกันเพราะช้าหมดจะอดชิม
 
48.         ข้าวต้มปลา 5 แยก :
บริเวณ 5 แยกพลับพลาไชย ความอร่อยอยู่ที่ความสดของเนื้อปลากะพง ปลาหมึก กุ้ง และหอยนางรมตัวโต เมื่อปรุงกับข้าวต้มร้อนๆ  น้ำจะออกมาจากตัวเนื้อ ทำให้ข้าวต้มหอมและหวาน
 
49.         ก๋วยเตี๋ยวหลอด : ก๋วยเตี๋ยวหลอดในซอยข้างสถานีตำรวจพลับพลาไชย มีข้อดีที่เส้นนุ่มกำลังดี ไม่เหนียวเกินไป ไม่เละเกินไป และไม่มันเกินไป ทานอร่อยได้ไม่แพ้ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่อง
 
50.         ก๋วยจั๊บเผ็ด : เนื่องจากตำเม็ดพริกไทยใส่ลงไปตอนทำน้ำต้มกระดูกแถมโรยพริกไทยในชามอีกครั้ง เพื่อให้รสชาติเข้มข้นถึงใจ มีสาขาอีกร้านเป็นญาติกัน เปิดร้านใหญ่อยู่ตลาดเยาวราช แต่ความเข้มข้นอาจจะไม่เท่าเพราะที่นี่อาซิ่มท้าว่า คนเป็นหวัดมากิน..หวัดหายกันมาแล้วทุกราย ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยโรงเลี้ยงเด็ก แต่เจ้าของบอกว่าอยู่ใน ซอยนาคบำรุงต่างหาก
 
51.         ก๋วยเตี๋ยวหลอดเยาวราช :
ร้านแรกเป็นรถเข็นอยู่ต้นถนนเยาวราชฝั่งขวา ก่อนแยกเข้าถนนผดุงด้าว สังเกตได้จากปริมาณคลื่นคนที่อออยู่หน้าร้าน ลูกค้าบอกว่ามีดีที่เครื่องเยอะและรสชาติเข้มข้น หรือถ้าอยากชิมก๋วยเตี๋ยวหลอดแบบที่ยังคงความเป็นหลอดไว้ก็ต้องเดินเลยมาอีกนิด อยู่ฝั่งซ้ายมือ ปากซอยที่มีร้าน 7-11 อยู่ด้านใน เด็ด..เช่นกัน
 
52.         ก๋วยเตี๋ยว, เกาเหลา เนื้อตุ๋น เจ้ผอม ตลาดปีระกาอยู่ที่เวิ้งนครเกษมหน้าตลาดสด ร้านนี้น้ำซุปอร่อยมาก เอ็นตุ๋นนุ่มมาก  เครื่องในไม่มีกลิ่นคาว รับรองได้ชิมแล้วจะ ติดใจ

5-6 เมษายน

 เปิดศักราชความมัน ที่แพร่

          เชื่อว่าบรรยากาศความชุ่มฉ่ำของเทศกาลสงการนต์ น่าจะเริ่มต้นที่แพร่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ประกอบกับมีการเล่าปากต่อปากมาว่า การสาดน้ำสงการนต์ที่ถนนเจริญเมืองของที่นี่คึกคักไม่แพ้เชียงใหม่หรือลำปาง ทำให้เราตัดสินใจไปพิสูจน์ด้วยตาตนเอง

7-8 เมษายน

 ตลุยเพชรบูรณ์

          ถึงแม้ว่าจะไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าสงการนต์ในเมืองเพชรบูรณ์จะเริ่มต้นขึ้นเมื่อใด แต่เท่าที่เรารู้ก็คือแถว ๆ ชนบท เค้าสาดน้ำกันแล้ว เพราะฉะนั้นอย่ารอช้า ถอยรถปิคอัพคันเก่งของคุณตั้งถังน้ำใบใหญ่ สัก 2 ใบ ใส่น้ำให้เต็ม จากนั้นก็ลุยกันไปเลย

9-10 เมษายน

 เบิ่งสงการนต์ ณ นครหริภุญไชย


          ได้เวลาเดินทางไปเยี่ยมชมวิวัฒนาการของประเพณีสงการนต์ ณ จังหวัดที่มีประวัติเก่าแก่ทีสุดในภาคเหนืออย่างลำพูน โดยมีไฮไลท์ของงาน คือ การสาดน้ำสนุกสุดเหวี่ยงของเหล่าหนุ่ม-สาวชาวเหนือ บริเวณคูเมืองของจังหวัด

11 เมษายน

 มหาสงการนต์ที่นครเชียงใหม่

          ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่อยากปะแป้งให้กับสาว ๆ เมืองเชียงใหม่ ซึ่งขึ้นชื่อว่า น่ารักแบบสุด ๆ ในภาคเหนือแล้วละก็ ลองแวะเวียนไปสาดน้ำสงการนต์ที่เชียงใหม่ดูสักครั้ง รับรองได้เลยว่าคุณจะหลงไหลกับมัน จนไม่อยากกลับบ้านเลยทีเดียว

12 เมษายน

 ที่ลำปาง ก็ไม่ใช่ย่อย


          สำหรับสงการนต์ของที่นี่ก็ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน เพราะนอกจากอุดมไปด้วยสาว ๆ น่ารัก ๆ มาเรียงรายให้คุณสาดน้ำอย่างไม่ขาดสายแล้ว บรรยากาศความมันบริเวณถนนเส้นหลังห้างสรรพสินค้าเสรี ในเมืองลำปาง ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด

13 เมษายน

 ภูเก็ต นี่สิเจ๋งจริง


          ถ้าหากคุณมีรสนิยมชมชอบสาว ๆ ในแถวเอเชีย และยุโรปที่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วละก็ ไม่ควรพลาดเทศกาลสงการนต์ของทีนี่ เพราะคุณจะเหมือนแขก วีไอพี ที่ได้รับสิทธิพิเศษสุด ในการสาดน้ำกับสาว ๆ จากต่างแดนในชุด บิกินี ตัวเล็กจิ๋ว

14 เมษายน

 ระเบิดความมันที่ บางกอก


          เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ถูกกะรันตีไว้ว่าต้องสนุกอย่างแน่นอน โดยไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรมากมาย พกพามาแค่ปืนฉีดน้ำกับดินสอพอง แล้วบุกตุลุยไปแถวถนนข้าวสาร,ถนนสีลม หรือไม่ก็สนามหลวง ใกล้ที่ไหนไปที่นั้น รับรองไม่ผิดหวัง

15 เมษายน

 บุกสาดน้ำเมืองย่าโม

          ใครว่าสาวอีสานไม่น่ารัก เราขอเถึยงสุดใจ ถ้าไม่เชื่อก็ลองมาแวะเวียนมาสาดน้ำบริเวณราชดำเนิน ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุเสาวรีย์เท้าสุรนารี หรือ ย่าโม แล้วคุณจะได้รู้ว่าสาว ๆ โคราชก็ไม่ใช่ย่อย ยิ่งถ้าเป็นสาว ๆ ที่มีเชื่อสายญวนผสมอยู่ด้วยละก็...ก็น่ารักสุด ๆ ไปเลย

16 เมษายน

 เล่นน้ำดับร้อน ที่บ้านกรูด


          ถึงสงการนต์ในตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ จะไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมาย แต่ในเมืองท่องเที่ยวเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างออกไปจากประจวบฯ อย่างบ้านกรูด กลับมีกลิ่นความสนุกในการสาดน้ำสงการนต์มากกว่าจนเห็นได้ชัด วัดได้จากปริมาณจำนวนผู้คนที่แวะเวียนกันไปเล่นน้ำ แถว ๆ ถนนเลียบชายหาดกันอย่างเนืองแน่น

17 เมษายน

 หัวใจเราฝากเคียงไว้อยู่คู่บางแสน(วันไหลบางแสน)


          เนืองจากเป็นเมืองท่องเที่ยว ประกอบกับในระแวกนั้นเป็นที่ตั้งของสถานศึกษาชื่อดังมากมาย จึงไม่แปลกที่จะมีกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนนักท่องเที่ยวออกมาเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน โดยสามารถเริ่มต้นความสนุกได้ตั้งแต่ทางแยกเข้าบางแสน ไปจนถึงถนนริมเลียบชายหาดบางแสน

18 เมษายน

สาดกันแบบไม่ยั้ง ที่นาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี


          ก่อนที่หนุ่มสาวภาคตะวันออกจะพากันไประเบิดความมันสุดเหวี่ยงในวันไหลพัทยา ก็ต้องอุ่นเครื่องก่อนล่วงหน้า 1 วัน ด้วยการเดินทางมาสาดน้ำที่นาเกลือ ถึงแม้จะไม่ใช่วันจริง แต่ดีกรีความมันก็ไม่ได้ลดหย่อนไปกว่ากันสักเท่าไหร่

19 เมษายน

 สิ้นสุดการรอคอย "วันไหลพัทยา"


          เป็นอีกหนึ่งเทศกาลสงการนต์ซึ่งได้รับการกล่าวขานในวงกว้างจากเหล่าวัยรุ่นว่าเป็นสถานที่สาดน้ำซึ่งมีความมันติดอันดับต้น ๆ ในเมืองไทย เพราะทุกซอกทุกมุมของเมืองพัทยา ไม่ว่าจะเหนือกลางหรือใต้ จะอุดมไปด้วยหนุ่ม ๆ สาว ๆ ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่ออกมาสาดน้ำคลายร้อยกันอย่างสนุกสนาน

20 เมษายน

 สงการนต์ไทยรามัญ ที่พระประแดง
 

          แม้ว่างานสงการนต์ของชาวรามัญหรือชาวมอญ จะคงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียบประเพณีแบบตั่งเดิม แต่ในเรื่องของการสาดน้ำ เราต้องขอยกนิ้วให้ เพระาในวันนี้จะเป็นวันรวมของหนุ่ม-สาว ชาวพระประแดง และละแวกใกล้เคียง ที่ยกขบวนออกมาสาดน้ำกัน จนท้องถนนดูเล็กไปขนัดตา

21 เมษายน

 รูดม่านสงการนต์ในงานวันไหลมาบตาพุด


          โอกาสสุดท้ายสำหรับการสาดน้ำ พลาดครั้งนี้ก็ต้องรอไปอีก 1 ปี เต็ม ๆ เพราะฉะนั้น ตลอดเวลา 16 วันที่ผ่านมาถ้าหากคุณยังไม่สะใจ ก็สามารถไปทิ้งท้ายกันในงานวันไหลมาบตาพุด จ.ระยองได้ โดยไฮไลท์ของการสาดน้ำจะอยู่บนถนนสุขุมวิทตลอด 2 ข้างทาง


Category:Other
---- ความคิดสมัยอนุบาล
เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้สีเทียนสีแดงกับคุณ
เมื่อมีเหลือแต่สีเทียนสีดำทะมึน
............
---- ความคิดสมัย ป.1 เพื่อนที่ดี< B>คือคนที่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคุณ
แล้วก็จับมือคุณระหว่างเดินผ่านห้องโถงที่น่ากลัว
....................
---- ความคิดสมัย ป.2
เพื่อนที่ดีคือคนที่ทำให้คุณเข้าเรียนคลาสที่ไม่อยากเรียน (มั้ง)
.....................
---- ความคิดสมัย ป.3 เพื่อนที่ดีคือคนที่แบ่งอาหารกลางวันให้คุณ
เมื่อคุณลืมกล่องข้าวไว้ที่บ้าน = =?
...............
---- ความคิดสมัย ป.4
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมเปลี่ยนคู่เต้นในวิชาลีลาศ
เมื่อคุณไม่อยากจับคู่ เต้นอยู่กับนิกจอมลามก หรือเอ็มกลิ่นแรง
............
---- ความคิดสมัย ป.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่เผื่อที่นั่งให้คุณเมื่อถึงมื้อเที่ยง
...........
---- ความคิดสมัย ป.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่พาคุณไปหาคนที่คุณตกหลุมรัก
เพื่อขอให้เค้ามาเต้นรำกับคุณ
เผื่อว่าเค้าปฏิเสธคุณจะได้ไม่ต้องอายไง

-----------------------------------------------------------------------------------
---- ความคิดสมัย ม.1 เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้คุณลอกรายงานสังคม
.............
---- ความคิดสมัย ม .2 เพื่อนที่ดี คือคนที่ช่วยคุณทำรายงานกลุ่ม
และไม่เคยนินทาคุณลับหลัง
...................
---- ความคิดสมัย ม.3 เพื่อนที่ดี
คือคนที่เปนที่ปรึกษาปันหาหัวใจให้คุณ และอินกับคุณในทุกๆอารมณ์
....................
---- ความคิดสมัย ม.4 คือ คนที่ยอมเปลี่ยนวิชาเรียน
เพื่อที่คุณจะได้มีเพื่อนนั่งกินข้าว
................
---- ความคิดสมัย ม.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมให้คุณขับรถใหม่ของเค้า
ช่วยคุยกะพ่อแม่ของคุณเวลาคุณมีปัญหา
แล้วก็คอยปลอบคุณตอนที่คุณเลิกกับแฟน
..............
---- ความคิดตอน ม.6
เพื่อนที่ดี< /B>คือคนที่ช่วยคุณเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้า
แล้วก็บอกกับคุณว่าคุณเข้าที่นั่นได้แน่
แถมยังช่วยคุยกับพ่อแม่ให้ยอมให้คุณไปเรียนมหาลัยนั้นอีกด้วย
..........
---- ในงานจบการศึกษา เพื่อนที่ดีของคุณ คือคนที่ร้องไห้เงียบๆ
ในใจ แล้วก็แบ่งปันรอยยิ้มกว้างๆ ให้คุณ
หน้าร้อนหลังจบ ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณล้างขวดหลังงานปาร์ตี้
ช่วยคุณแอบย่องออกจากบ้านตอนที่คุณตกลงกับพ่อแม่ไม่ได้
ทำให้คุณกับแฟนกลับมาคบกันอีก ช่วยคุณเก็บของเพื่อย้ายไปมหาลัย
แล้วก็กอดคุณอย่างเงียบๆ มองคุณด ้วยแววตาที่ขุ่นมัว
พร้อมกับความทรงจำ 18 ปีที่ผ่านมา
ให้กำลังใจคุณในทางที่คุณเลือกเดินเหมือน 18 ปีที่ผ่านมา
...............................
และตอนนี้ เพื่อนที่ดี
ยังคงเป็นคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
จับมือของคุณเมื่อคุณกลัว
ช่วยคุณต่อสู้กับสิ่งที่พยายามเอาเปรียบคุณ
คิดถึงคุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่ เตือนคุณในสิ่งที่คุณลืม
ช่วยคุณผ่านอดีตแต่ก็เข้าใจเมื่อคุณอยากอยู่กับอดีตอีกซักนิด
อยู่กับคุณเพื่อให้คุณมีความมั่นใจ หรือไปไกลๆ คุณซักพัก
เพื่อให้คุณได้มีเวลากับตัวเอง ช่วยคุณแก้ไขความผิดพลาด
ช่วยคุณจัดการกับความกดดันทั้งหลาย ยิ้มให้คุณเ มื่อยามคุณเศร้า
ช่วยให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น และอย่างสำคัญที่สุด คือ ?รักคุณ?
.....................
ส่งความรู้สึกนี้ ให้เพื่อนเก่า และเพื่อนใหม่
และเพื่อนที่อยู่กับคุณต ลอด (ยังไม่ร้องไห้ใช่มั้ย?
ยังมีต่ออีกนะ)
ขอบคุณสำหรับความเป็นเพื่อน ไม่ว่าเราจะไปถึงจุดไหน
หรือเรากลายเป็นอะไร จะไม่มีวันลืมคนที่ช่วยให้เราไปถึงจุดนั้น
..............
ไม่มีการผิดเวลาที่จะโทรศัพท์ หรือส่งข้อความ
เพื่อบอกเพื่อนของคุณว่า คุณคิดถึงพวกเค้าขนาดไหน
หรือว่าคุณรักพวกเค้าขนาดไหน
...............
คุณรู้ว่าคุณเป็นใคร
ส่งความรู้สึกนี้ไปให้คนบางคนที่คุณอยากจะนึกถึง
ดังนั้น ส่งเมล์นี้ให้เพื่อนคุณทุกๆ คน และรอคอยให้เค้าส่งกลับ
.................................
ถ้าคุณรักใครซักคน ก็บอกเค้าซะ
จำไว้เสมอเลยนะว่าพูดสิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณหมายถึง
อย่ากลัวที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง
ใช้โอกาสนี้ในการบอกใครซักคนที่มีความหมายกับคุณ
คว้าเอาไว้แล้วจะไม่เสียใจ
..............................
สิ่งสำคัญที่สุด อยู่ใกล้ๆ กับเพื่อนและครอบครัว
สำหรับการที่พวกเค้านั้นทำให้คุณกลายมาเป็นคุณในวันนี้
บอกความรู้สึกซะ ให้เกิดความแตกต่างขึ้นในวันของคุณและเค้า
....................
ความแตกต่างระหว่างการแสดงความรัก และการเสียใจ คือ
การเสียใจอาจจะอยู่ตลอดไป


ReviewReviewReviewReview"เพื่อน" ....Mar 31, '08 10:10 AM
for everyone
Category:Other
เพื่อน" การที่จะรับใครสักคนเข้ามาเป็น "เพื่อน"
คงไม่ใช่เรื่องยากแค่เราเปิดใจให้กันและกัน
แต่ถ้า "เพื่อนสนิท เพื่อนรัก เพื่อนกินเพื่อนตาย" ล่ะ
ความหมายมันแตกต่างจากคำว่าเพื่อนแค่ไหนในความรู้สึกของคุณ

มีนิทานอยู่เรื่องหนึ่งอยากจะเล่าให้ฟัง มีเนื้อหาดังนี้
ไก่ กระต่าย เป็ด และหมู เป็นเพื่อนกัน
ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานทั้งสี่เริ่มที่จะสนิทกัน มากขึ้นเรื่อย ๆ
ไก่...ขยัน อดทน ตื่นแต่เช้า หาอาหารมาให้ทั้งตัวเองและเพื่อน
กระต่าย...น่ารัก สุภาพ พูดจาอ่อนหวาน เป็นที่รักและเอ็นดูของทุก ๆ ตัว
เป็ด...โผงผาง ใจร้อน เสียงดัง พูดจาตรง ๆ
หมู...ขี้เกียจ พูดจากระโชก โฮกฮาก
ไม่สะอาดแต่รักเพื่อนเป็นที่หนึ่ง สามารถทำอะไรเพื่อเพื่อนได้เสมอ
ด้วยการเดินทางที่ต้องผ่านปัญหาและอุปสรรคมากมาย
ทั้งสี่จึงสนิทและรักกันมาก ทุกตัวล้วนมีความสำคัญให้แต่ละตัวซึ่งกันและกัน

วันหนึ่งทั้งสี่ตัวต้องเดินทางผ่าน โคลนสกปรก เหม็น และมีแต่เชื้อโรคทั้งสี่ตัว
ไม่มีทางเลือกอื่น จำเป็นที่จะต้องเดินผ่านบ่อโคลนนี้
หากจะเดินกันไปทีละตัว แต่ละตัวต้องสกปรก
และป่วยด้วยเชื้อโรคนั้นแน่นอน
หมูจึงรับอาสาที่จะให้เพื่อนขี่หลังเพื่อเดินข้ามไป
กระต่ายจึงพูดขึ้นว่า "ใช่แล้ว มันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะหมูตัวโตและแข็งแรง"
หมูได้ยินเช่นนั้นจึงดีใจและภูมิใจ เป็ดเลยพูดขึ้นว่า
"และหมูก็ชอบเล่นโคลนสกปรกอยู่แล้วนี่หว่า ก๊ากกกก"
หมูเองได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะต่อกัน กระต่ายเลยพูดขึ้นว่า
"ไปว่าหมูอย่างนั้นได้ยังไง เดี๊ยวหมูก็เสียใจหรอก"
หมู : "ไม่เป็นไรหรอก ฉันรับได้ เพราะถึงยังไงเราก็เพื่อนสนิทกัน
พูดมาแบบนี้ ฉันไม่ถือหรอก"
เป็ด : "ใช่แล้ว เราสนิทและรักกันมาก และรู้ใจกัน เรื่องแค่นี้พูดกันเล่นๆ แค่นั้นเอง"
ไก่ : "งั้นเราเดินทางกันต่อเถอะ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน"
ทั้งสามจึงขึ้นหลังหมูแล้วเดินไป
ในระหว่างที่อยู่ในโคลน เป็ด มองไปเห็นไส้เดือน
จึงใช้ปากคุ้ยโคลนเพื่อที่จะกินไส้เดือน
ในระหว่างที่คุ้ยโคลน โคลนเกิดกระเด็นไปโดนกระต่าย
กระต่ายเลยสกปรกไปด้วย
กระต่าย : "เป็ด ระวังหน่อยสิ โคลนมันกระเด็นมาโดนฉันนะ"
เป็ด : "อะไรกัน แค่นี้เอง เดี๋ยวผ่านบ่อโคลนไปค่อยทำความสะอาดก็ได้นี่"
กระต่าย : "แต่มันไม่เหมือนเดิม เพราะขนขาว ๆ ของฉันมันก็คงเป็นรอยเปื้อนอยู่ดี"
ไก่ : "เอาน่า หยุดได้แล้ว นิดเดียวเองนะกระต่าย เป็ดเองก็ไม่ได้ตั้งใจ ดูหมูซิ เค้าเปื้อนทั้งตัวแถมต้องแบกเราอีก เค้ายังไม่บ่นซักคำ"

กระต่ายด้วยความเคืองนิด ๆ จึงพูดออกมาโดยไม่ทันคิดว่า
"ก็หมูสกปรกนี่ ไม่เหมือนฉัน ฉันต้องสะอาด สกปรกไม่ได้"
หมูเองได้ยินเช่นนั้น ก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่เหตุใดเพื่อนถึงพูด กับเขาเช่นนั้น
หมูก็ร้องไห้ ไก่จึงพูดขึ้นว่า "แล้วนี่คือสิ่งที่หมูต้องได้รับเหรอ กับการที่เค้าเป็นหมู
มีนิสัยเป็นหมู เค้าต้องได้รับแต่สิ่งสกปรกเท่านั้นเหรอ
แล้วการที่เป็ดกินอะไรแล้วต้องคุ้ย แล้วไก่อย่างฉันต้องเขี่ยอย่างนี้
มันเป็นพื้นฐานนิสัยที่ติดตัวเรามาตลอดนะ เราเลือกได้เหรอ"
ไก่ : "ความแตกต่างของแต่ละตัว ไม่เหมือนกัน เราเป็นเพื่อนกัน
ต้องเข้าใจและ เปิดใจรับสิ่งที่ไม่สวยงาม และสิ่งที่สวยงามซึ่ง กันและกันสิ
ไม่มีใครที่สวยงามได้ตลอดเวลานะ" เ

ป็ดจึงพูดขึ้นว่า "ฉันก็คิดว่าเราสนิทและรักกันมาก
เชื่อใจกันรับรู้ในสิ่งที่แต่ละตัวเป็นแล้ว
ฉันไม่ทันนึกว่าเธอรับฉันแบบนี้ไม่ได้ฉันขอโทษนะ"
กระต่ายได้ยินเช่นนั้นจึงพูดขึ้นว่า "จริงสินะ เราเป็นเพื่อนกัน แถมเป็นเพื่อนรักกันด้วย
ทำไมฉันถึงไม่เข้าใจนะว่าเราทั้งสี่แตกต่างกัน แต่เรายังสามารถผ่านอุปสรรคต่าง ๆ
มาด้วยกันได้ขนาดนี้ หแล้วแต่ละตัวเราก็ไม่เหมือนกันเลย"
"ฉันขอโทษนะที่ฉันเป็นอย่างนี้"
หมูกล่าวขึ้นว่า "ไม่เป็นไรหรอกกระต่าย ฉันก็เข้าใจว่าเธอน่ารัก สะอาด
และจิตใจ อ่อนไหว เธอก็ไม่เหมือนกับฉัน
บางครั้งฉันก็พูดอะไรหรือทำอะไรที่กระโชกโฮกฮากไป
บางครั้งเธออาจจะรับไม่ได้ แต่ฉันคิดว่าด้วยความที่เราเป็นเพื่อนรักกัน
เธอคงจะรับฉันได้ซักวันหนึ่ง"
กระต่าย : "ฉันเองก็ขอโทษด้วยที่ฉันอ่อนไหวเกินไปแบบนี้
ฉันก็หวังว่าสักวันหนึ่ง เราแต่ละตัวที่แตกต่างกันคงเข้ากันได้และ
ยอมรับในสิ่งที่แตกต่างกันของแต่ละตัวได้"
ไก่จึงพูดขึ้นบ้างว่า "เอาล่ะ แต่ละตัวก็เข้าใจกันแล้วนะ
ด้วยความแตกต่างของแต่ละตัว
และด้วยความที่เรารักและสนิทกันและก็รู้จักกันมานาน
บางครั้งจึงทำอะไรโดยไม่ทันคิด แต่ทำให้อีกคนรู้สึกไม่ดี
ฉันคิดว่าคงไม่ได้ตั้งใจและเผลอทำอะไรไปก็เท่านั้น"
เป็ด : "เราเข้าใจกันดีแล้วนะ งั้นเราเป็นเพื่อนที่รักและสนิทกันมากขึ้นนะ
เพราะเราก็รับในสิ่งที่แตกต่างของแต่ละตัวได้แล้ว"
หมู : "ใช่แล้ว งั้นเราทั้งสี่ มาร่วมกันและตั้งใจที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน
และเดินเคียงข้างกันอย่างนี้ตลอดไปนะ"

หมู เป็ด ไก่ กระต่าย : "ไชโย เราเป็นเพื่อนรักกัน"
แล้วทั้งสี่ก็เดินไปด้วยกัน อยู่เคียงข้างกันไป
ตลอดเส้นทางเดินแห่งนั้น......

จากนิทานเรื่องนี้ จะเห็นได้ว่า ด้วยความแตกต่างของแต่ละตัว
อาจจะทำให้เกิด ความไม่เข้าใจและไม่พอใจในอีกฝ่าย
และบางครั้งด้วยความที่ทั้งสี่สนิทกันมาก
การกระทำบางอย่างที่แสดงออกไปจึงไม่ทันคิดว่า
อาจจะไปทำร้ายความรู้สึก หรือทำให้ใครอีกคนไม่เข้าใจ แต่ด้วยความที่ทั้งสี่คือเพื่อนรัก เพื่อนสนิท เพื่อนที่รู้จักรู้ใจกันมานาน
จึงทำให้ทั้งที่กลับมาเป็นเพื่อนรักและเพื่อนสนิทกันได้
อย่างเดิมคำว่าเพื่อนรักของคุณ
คุณให้ความหมายและความสำคัญของคนที่คุณ
ให้เค้าเป็นเพื่อนได้แค่ไหน คำตอบอยู่ที่ตัวคุณเอง
บางครั้ง คุณอาจจะได้รับในสิ่งที่คุณ
ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเพื่อนสนิทจะทำอย่างนี้กับคุณ
แต่หากมองย้อนกลับไป
คุณเองก็อาจจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดกับเพื่อนของคุณได้เช่นกัน
กลับมามองอีกทีว่า คุณให้ความหมายกับเพื่อนของคุณมากแค่ไหน
เพื่อนที่มีแต่สิ่งที่ดีให้แก่กันแค่นั้นเหรอ
เพื่อนที่จะยิ้มและสนุกไปด้วยกันแค่นั้นเหรอ แล้วหากวันหนึ่ง
เกิดฝ่ายใดทำอะไรที่ไม่ดีหรือไม่สวยงามขึ้นมาล่ะ
คุณเข้าใจและรับรู้ในสิ่งเหล่านั้นได้มากแค่ไหน
คุณสามารถที่จะให้อภัยในสิ่งที่ผิดพลาด
ทั้งที่อาจจะเกิดจากความตั้งใจและไม่ตั้งใจได้มากน้อยแค่ไหน...
คำตอบย่อมอยู่ในใจคุณดี....
กลับมามองและเข้าใจเพื่อนของคุณดีแล้วหรือยัง
เข้าใจเพื่อนของคุณมากน้อยแค่ไหน
เมื่อคุณอ่านข้อความข้างต้นจบ....
คุณคิดถึงใครล่ะ????
คุณเท่านั้นที่รู้คำตอบ


Start:     Apr 5, '08 7:00p
Location:     บริกซ์ บาร์
ไปเลี้ยงส่งบุ๋ม

มันจาไปเมืองผู้ดีแล้ววววว

ครายเจอนู๋ก้อห้ามทักน๊า


ดื่มอย่างไรไม่ให้เสียของพร้อมสัมผัสกับรสชาติที่แอบ ซ่อน รู้จักคำว่า 'เสียของ' กันบ้างมั้ย?
คนไทยเราน่ะชอบทำให้เสียของอยู่เรื่อย โดยเฉพาะนิสัย 'การดื่มแบบผสมมิกเซอร์' ทั้งหลาย
นั่นแหละคือการทำให้วิสกี้ชั้นดีที่บางทีไม่ควรผสมใด ๆต้อง 'เสียของ'
วันนี้จะหยิบเอาเรื่องวิสกี้ตระกูล จอห์นนี่วอล์กเกอร์ มาพูดกันซะหน่อย เพราะว่าตระกูลนี้
มีหลาย 'เลเบิ้ล' เหลือเกินซึ่งมีวิธีการดื่มเฉพาะซะด้วย เริ่มจาก

'เรด เลเบิ้ล' (Red Label) กันก่อนเลยดีกว่า

จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เรด เลเบิ้ล น่าจะดูถูกใจคนไทยที่สุดเพราะน้องเล็กสุดขวดนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการดื่มตลอดค่ำคืนพูดง่ายๆ ก็คือกินได้นานๆ สนุกสนานกันทั้งคืนนั่นแหละแถมวิธีการกินที่ถูกต้องนั้น ก็ต้องผสมกับ 'มิกเซอร์' ทั้งหลาย อันเป็นวิธีการดื่มที่นิยมในหมู่คนไทยอยู่แล้วซะอีกตอนนี้ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เรด เลเบิ้ล ก็เลยขายดีที่สุดไปโดยปริยาย ง่ายๆ จะใส่น้ำแข็ง ผสมโคล่า ชามะนาว หรือโซดาก็ได้ทั้งนั้นสุดแล้วแต่ว่าจะชอบรสชาติแบบไห นหลังผสมมิกเซอร์แล้วเท่านั้นเองแต่นักดื่มมืออาชีพมักนิยมผสมน้ำก่อนแล้วจึงผสมโซดาตามลงไปในอัตราส่วน2: 1หรือที่เรียกกันว่า " โซดาลอย" นั่นเอง ... ผสมเสร็จก็ เอ็นจอย ดริ๊งกิ้ง กันได้ทั้งคืน( แต่อย่าขับรถหลังดื่มนะ )

โตขึ้นมาหน่อย กับความเคร่งขรึมแบบ จอห์นนี่วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล

วิสกี้ชั้นดีจากการหมักบ่มเพื่อให้ได้รสชาติที่คลาสสิกที่สุดนานถึง12 ปี วิธีการดื่มที่ถูกต้องนั้นก็คลาสสิกไม่แพ้รสชาติของตัววิสกี้ง่ายๆ เท่ๆ ดูดีด้วยสไตล์ที่เรียกกันว่า' ออน เดอะ ร็อก ' นั่นเอง หรือถ้าอยากย๊ากอยากจะผสมมิกเซอร์เหลือเกินก็ต้องใส่ น้ำแข็งเข้าไปเยอะๆ วิสกี้ ครึ่งแก้วและโซดาอีกครึ่งแก้ว แค่นี้แหละ ก็จะได้สัมผัสรสชาติที่แท้จริงของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล

มาถึงวิสกี้ตระกูล จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ที่ไม่ค่อยจะเห็นบ่อยนักบ้างดีกว่า

เริ่มจาก จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ โกลด์ เลเบิ้ลอายุ 18 ปีกันก่อน

แค่นำ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ โกลด์ เลเบิ้ลไปใส่ในช่องแช่แข็งสัก 24 ชั่วโมง
ถ้าที่ในช่องแช่แข็งยังเหลือก็นำแก้วทรงสูงเปล่าๆแช่ ไว้ด้วย พอได้เวลา ก้รินใส่แก้วที่แช่ไว้ข้างกันๆนั่นแหละ แล้วดื่มเข้าไปเลย ทันทีที่วิสกี้เย็นจัดปะทะกับความอุ่นในปากกลิ่นหอมห วนนุ่มลิ้นจะอบอวล แหม ... ยิ่งถ้ามีช็อกโกแล็ตดีๆ ไว้กินเข้าคู่ล่ะก็จะเป็นความสุขที่ลืมไม่ลงเลย เชียว

ส่วน จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ กรีน เลเบิ้ล

ที่มีจำหน่ายแบบจำกัดประเทศนั้น หาน้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ สักก้อน ใส่ในแก้วปากกว้างเพียงแค่ก้อนเดียวไม่ต้องกลัวว่าน้ำแข็งก้อนนั้นจะเหงาเพราะเราจะเฝ้ามองอย่าทะนุถนอม จากนั้นริน จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ กรีน เลเบิ้ลลงไปไม่ต้องท่วมน้ำแข็ง แกว่งแก้วเล็กน้อย ให้อุณหภูมิของวิสกี้ชะอุณหภูมิของน้ำแข็งก้อนโต ดมกลิ่นวิสกี้ที่ระเหยขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนลิ้มรสวิสกี้ที่อุณหภูมิพอเหมาะพอดีงานนี้จะได้ รสชาติ กลิ่น และแสงที่วิสกี้ตกกระทบกับก้อนน้ำแข็งชวนมอง
( อันนี้เคยเสียของมาครั้งหนึ่งแล้ว )

ปิดท้ายกันที่วิสกี้ชั้นสูง จอห์นนี่ วอล์กเกอร์บลู เลเบิ้ล อายุ 25 ปี

ที่หมักบ่มจากมอลต์คุณภาพสูง ตามวิธีการคลาสสิกแบบศตวรรษที่19 วิธีการดื่มวิสกี้ชั้นสูงนี้ก็คลาสสิกมากเตรียมแก้วบ รั่นดีสวยๆ ไว้สัก 2 ใบ แก้วนึงรินวิสกี้รอไว้ ส่วนอีกแก้วนึงรินน้ำแร่เย็นๆไว้เช่นกัน ดื่มน้ำแร่เย็นๆ เพื่อปรับอุณหภูมิในช่องปากกันก่อนจากนั้นจิบ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ลในแก้วบรั่นดีอีกใบตาม เมื่อน้ำแร่เย็นๆ ที่หลงเหลืออยู่ในช่องปากผสมกับวิสกี้ชั้นดีนี้รสชาติที่แอบซ่อนจะซึมผ่านเพดานปากไปมัดใจนักดื่มเหล้าทั้งหลายไม่รู้ลืม

ReviewReviewReviewReviewReview"เพื่อนสนิท" คือ ?Mar 25, '08 1:06 PM
for everyone
Category:Other
... เพื่อนสนิท
... ก็คือ
เพื่อนธรรมดาๆคนนึง
ที่ดันสนิทกันมากกว่าเพื่อนธรรมดาๆทั่วๆไป

... ซึ่งมันก็ต้องมีอะไรหลายๆอย่าง

ที่คล้ายๆกับเรามากกว่าเพื่อนคนอื่น
... ถึงจะมาสนิทกันได้


... บางที อาจไม่ใช่นิสัย
... บางที อาจไม่ใช่หน้าตา
... บางที อาจไม่ใช่ฐานะ
... บางที อาจไม่ใช่ระดับความรู้

... แต่มันอาจจะมีอะไรบางอย่าง ที่ต้องเป็น มั น ค น นี้ เ ท่ า นั้ น ที่ มี


... บางครั้ง


... ที่ที่เราอยากไป เราก็ไม่ไป

... เพียงเพราะว่า มันไม่ไปด้วย

... บางครั้ง
... นั่งเงียบอยู่ได้ตั้งนาน แต่แค่เห็นหน้ามัน
... น้ำตาที่กลั้นไว้แทบตาย กลับทะลักออกมาได้จนหมด

... บางครั้ง
... ถ้ามีเสียงหัวเราะของมันด้วย
... เราจะหัวเราะได้ดังกว่านี้

... บางครั้ง
...ร้อยคำปลอบใจของใครก็ไม่รู้

... ยังอุ่นใจไม่เท่ามือมันที่แค่ตบเบาๆที่หัวไหล่
บอกเป็นนัยๆว่า ...

กรูอยู่ตรงนี้




... ชอบคำๆนึงที่บอกว่า


. . . . . เ ร า ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น แ ค่ เ พื่ อ น . .
. . . แ ต่ เ ร า เ ป็ น ตั้ ง เ พื่ อ น ต่ า ง ห า ก . .


... เพราะเพื่อนมีความสำคัญมากๆ

... มากจนบางคนแยกไม่ออก เอาไปเปรียบเทียบกะแฟน

ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน

... ทั้งๆที่มันคนละเรื่องกันเลย


... แต่เมื่อเวลาที่เราอยู่ในห้วงของความรัก
... เพื่อน ... จะกลายเป็นส่วนเกินของโลกส่วนตัวเราทันที
... ไอ้เพื่อนสนิทผม มันคงจะชินแล้ว
... ที่เวลาผมมีรักทีไร ผมก็จะห่างๆมันไปทุกที

... เวลาที่จะกลับมานึกถึงมันได้อีกที
ก็ตอนอกหักนู่นแหละ



... ก็เคยคิดเหมือนกันนะ
... ถ้าเราเป็นมัน จะรู้สึกยังไง

... คงจะประมาณว่า
... 'แม่ง ... พอมีแฟนก็ลืมเพื่อน'
... นี่ กะกรูไม่เคยช่วยห่ าไรเลย
ทีกะแฟนแมร่งแทบถวายหัว'
... 'ต้องเลิกกะแฟนก่อนถึงจะจำเบอร์โทรกรูได้ใช่ไหม สราดดด'
... คิดๆดูแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
... เพราะเวลาที่กำลังมีความสุขในห้วงของความรัก
... ก็แทบไม่ได้จะไปเที่ยวไหนกับมันเลย
...นานๆถึงจะได้คุยกันที



... แต่พอผิดหวัง พอเจ็บตัวขึ้นมา
... นาทีนั้นอยากกดโทรศัพท์ไปหามันก่อน
... อยากให้มันรับโทรศัพท์ก่อน


... ซึ่งบางทีมันนอนไปแล้วผมก็จะไล่มันกลับไปนอน

... ไม่ต้องตื่นขึ้นมาฟังเรื่องราวใดๆทั้งนั้น
... ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แค่มันรับโทรศัพท์ ก็พอแล้ว

... แบบนี้ละมั้งที่เค้าว่า
... 'เพื่อน

คือคนที่สามารถนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรสักคำ'
... 'แต่ลุกจากกันไปได้เหมือนคุยกันไปนับล้านคำ'


... 'เพื่อน'
... 'คือคนที่เมื่อเราสุข เราไม่เห็นมันอยู่ในสายตา'
. . . 'แ ต่ เ ป็ น ค น ไ ม่ มี วั น ป ล่ อ ย ใ ห้ เ ร า ล้ ม ลง

ไ ม่ ว่ า เ ร า จ ะ ไ ป
เ จ็ บ ม าจ า ก ไ ห น . . .


ddd
dThumbnaild
ddd
เพื่อนร๊ากกกกไปแล้ว ที่จิงไปแค่สามเดือนแต่หาเรื่องเจอกันไง ต้องมีเลี้ยงส่งด้วย หุหุ

ที่จิงหาเรื่องเจอกันแหละ บรรยากาศในร้านดดยรวมก้อโอนะ แต่ว่าตอนงานเลิกนี่สิ

งงเลย หลังจากที่ทุกคนทะยอยออกจากร้าน ขับออกมาได้ซัก 100 เมตร ก้อรู้สึกว่า

รถเติ้ล กะ รถเซี๋ยม แปลกๆ แหะ ขับยาก ก้อลงมากดูกัน จากนั้นก้อต้อง รีบขึ้นรถ

รีบขับออกมาถนนใหญ่ก่อน เพราะ ถูกปล่อยลมยาง ต้องมีไรไม่ดีแน่นอน

(เตือนเพื่อนๆระวังกานหน่อยนะ ขนาดร้านอาหารใหญ่ๆ ยังโดนเลย) หลังจากนั้น

ก้อเห็นเพื่อนๆเป็นสุภาพบุรุษขึ้นมา (ซึ่งคบกันมาสี่ห้าปีเนี่ย เห็นนับครั้งได้เลย 55555+)

ยังไงขอบใจเพื่อนๆน๊า ที่เรามีวันนี้ร่วมกันได้ ( "_______________________" )

ddd
dThumbnaild
ddd
อัลบัมนี้รวมรูปเพื่อนๆ คือเมื่อวันรับปริญญาเราไม่เจอกันอ่ะ เลยต้องนัดรวมอีกครั้ง แล้วก้ออ้อนวอนพี่หลุยส์สุดหล่อ มาถ่ายให้อีกครั้ง พี่เค้าก้อดี๊ดีนะคะ ขาก้อเจ็บ (ไปเตะบอลแล้วลืมอายุอ่ะ หุหุ) แต่ก้อยังกระเผกมาถ่ายให้ ขอบพระคุณอย่างงามๆ แล้วก้อมีแต่ภาพประทับใจ จนเลือกไม่ถูกอ่ะ แต่โปรดสังเกตว่าดาราหน้ากล้องก้อไม่พ้น เติ้ลกะเดียร์ หุหุ (พี่เค้าคงเอือมเหมือนกันอ่ะ นี่แกถ่ายไปตั้งหลายพันรูปแล้วยังไม่พออีกรึ อิอิ) แต่คงยากก้อคนมันภูมิใจอ่ะ ชุดครุยสีสวย หุหุ

Photo AlbumCong.the gang By P' Louis (19 photos)Mar 7, '08 2:42 AM
for everyone
ddd
dThumbnaild
ddd
รวมรูปนะค๊า

ส่วนรูปแรกเป็นเบื้องหน้า จาก Reviews "อันนี้ให้ช่างถาพรับปริญญาทุกท่านค่ะ " ค่ะ

© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help

Template design Copyright © 2005 Remi Prevost Some rights reserved.